อาชีวอนามัยและความปลอดภัย

ความปลอดภัยเป็นภารกิจแรกที่กลุ่มไทยออยล์ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจหลักด้านการกลั่นน้ำมันให้ความสำคัญ และตระหนักถึง โดยตั้งเป้าหมายในการดำเนินงาน คือ การเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุต่อพนักงาน ผู้รับเหมาและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย เพื่อป้องกันการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน

คณะกรรมการความปลอดภัย

กลุ่มไทยออยล์มีคณะกรรมการ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานซึ่งทําหน้าที่จัดการดูแลให้พนักงานทุก คนมีความปลอดภัยในการทํางาน พร้อมกําหนดกฎระเบียบ ข้อกําหนด และวิธีการทํางานที่ปลอดภัยพร้อมทั้งจัดหาอุปกรณ์ป้องกัน อันตรายต่างๆ ตลอดจนให้การศึกษาอบรมแก่พนักงานให้มีความรู้ความเข้าใจในงานที่ทําโดยมีการตรวจสอบ ติดตาม และทบทวนผล การดําเนินงานอย่างต่อเนื่อง

คณะกรรมการความปลอดภัยฯ ประกอบด้วยสมาชิกดังนี้
ตัวแทนนายจ้าง จํานวน 1 คน เป็นประธานคณะกรรมการ
ผู้แทนระดับบังคับบัญชา จํานวน 4 คน เป็นกรรมการ
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพ จํานวน 1 คน
เป็นกรรมการและเลขานุการ
ตัวแทนลูกจ้าง จํานวน 5 คน (คิดเป็นร้อยละ 50 ของคณะกรรมการ)
โดยบริษัทแต่งต้ังคณะกรรมการดําเนิน การเลือกต้ัง

กลุ่มไทยออยล์กําหนดนโยบายความปลอดภัยฯ ระเบียบวิธีปฏิบัติและวิธีปฏิบัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรวมถึงระเบียบด้านการบุคคล (Blue Book) หมวดที่ 11 ซึ่งเป็นคู่มือที่ลงนามร่วมกันระหว่างองค์กรและกรมแรงงาน ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของพนักงานทุกคนที่จะปฏิบัติ ตามวิธี การและแนวทางต่างๆ ที่กําหนดไว้ ตั้งแต่เริ่มทํางาน และรายงานต่อผู้บังคับบัญชาสําหรับเหตุการณ์ท่ีมีศักยภาพก่อให้เกิดอุบัติเหตุ หรืออันตรายหรือความเสียหาย 

แผนการดําเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

กลุ่มไทยออยล์มีคณะกรรมการ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานซึ่งทําหน้าที่จัดการดูแลให้พนักงานทุก คนมีความปลอดภัยในการทํางาน พร้อมกําหนดกฎระเบียบ ข้อกําหนด และวิธีการทํางานที่ปลอดภัยพร้อมทั้งจัดหาอุปกรณ์ป้องกัน อันตรายต่างๆ ตลอดจนให้การศึกษาอบรมแก่พนักงานให้มีความรู้ความเข้าใจในงานที่ทําโดยมีการตรวจสอบ ติดตาม และทบทวนผล การดําเนินงานอย่างต่อเนื่อง

คณะกรรมการความปลอดภัยฯ ประกอบด้วยสมาชิกดังนี้
ตัวแทนนายจ้าง จํานวน 1 คน เป็นประธานคณะกรรมการ
ผู้แทนระดับบังคับบัญชา จํานวน 4 คน เป็นกรรมการ
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพ จํานวน 1 คน
เป็นกรรมการและเลขานุการ
ตัวแทนลูกจ้าง จํานวน 5 คน (คิดเป็นร้อยละ 50 ของคณะกรรมการ)
โดยบริษัทแต่งต้ังคณะกรรมการดําเนิน การเลือกต้ัง

กลุ่มไทยออยล์กําหนดนโยบายความปลอดภัยฯ ระเบียบวิธีปฏิบัติและวิธีปฏิบัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรวมถึงระเบียบด้านการบุคคล (Blue Book) หมวดที่ 11 ซึ่งเป็นคู่มือที่ลงนามร่วมกันระหว่างองค์กรและกรมแรงงาน ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของพนักงานทุกคนที่จะปฏิบัติ ตามวิธี การและแนวทางต่างๆ ที่กําหนดไว้ ตั้งแต่เริ่มทํางาน และรายงานต่อผู้บังคับบัญชาสําหรับเหตุการณ์ท่ีมีศักยภาพก่อให้เกิดอุบัติเหตุ หรืออันตรายหรือความเสียหาย 

การส่งเสริมสุขภาพที่ดีของพนักงาน
 
กลุ่มไทยออยล์เน้นการบริหารจัดการอาชีวอนามัยเชิงรุก โดยมี การประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ (Health risk assessment) ซึ่ง เป็นส่วนหน่ึงของระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและ ความปลอดภัย ซึ่งเริ่มจากการประเมินการสัมผัส (Exposure assess ment) ของพนักงานตามลักษณะงานต่างๆ เพื่อหาปัจจัยเสี่ยง ต่อสุขภาพและเตรียมการเฝ้าระวัง รวมถึงค้นหากิจกรรมท่ีมีความเส่ียง ของกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนมีการตรวจวัด และวิเคราะห์ ปัจจัยเสี่ยงในกิจกรรมน้ันๆ เพื่อทบทวนมาตรการควบคุมป้องกันที่มีอยู่ใน ปัจจุบัน และท่ีสําคัญพนักงานจะได้รับการเฝ้าระวังและตรวจสุขภาพอย่างสมํ่าเสมอ

นอกจากนั้นยังมีการเฝ้าติดตามการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ ท่ีสําคัญ เช่น โรคไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น โดยมีการตรวจประเมิน พื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการให้ความรู้เพื่อป้องกัน โดยเฉพาะอย่างย่ิงกลุ่มพนักงานที่ต้องออกไปปฏิบัติงานในพื้นที่ ที่มีความเสี่ยงของ โรคติดต่อที่สําคัญ เช่น พนักงานท่ีมีหน้าที่พัฒนาธุรกิจใหม่ๆ ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ เป็นต้น

การอนุรักษ์การได้ยิน (Hearing Conservation Program)
ที่ผ่านมาพนักงานกลุ่มไทยออยล์ ยังไม่พบประเด็นปัญหาการสูญเสียการได้ยิน อันเนื่องมาจากการทํางาน (Noise Induce Hearing Loss: NIHL) แต่เพื่อ เป็นการป้องกันและลดโอกาสการเกิด NIHL จึงได้จัดโครงการรณรงค์ การอนุรักษ์การได้ยิน (Hearing Conservation Program) โดยมีการตรวจวัดวิเคราะห์และจัดทําแผนท่ีเสียง (Noise Contour Map) เพื่อ ปรับปรุงที่แหล่งกําเนิดของเสียงพร้อม ติดป้ายเตือนในพื้นท่ีเสียงดัง เกิน 80 เดซิเบล (เอ) นอกจากนี้มีการรณรงค์ให้พนักงานและผู้รับเหมา สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันเสียงทุก ครั้งท่ีออกไปปฏิบัติงานในพื้นท่ี กระบวนการผลิต รวมถึงการตรวจการได้ยิน (Hearing Test) เพื่อเฝ้าระวังการสูญเสียการได้ยินใน ระยะเร่ิมต้น ผลจากการรณรงค์ฯ สามารถลดความเสี่ยงของการเกิด NIHL ในอนาคตได้

การดูแลการยศาสตร์สำหรับงานสำนักงาน (Office Ergonomic)
ปัจจุบันพนักงานสํานักงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการทํางานนานต่อเนื่องโดยไม่มีการหยุดพัก ซึ่งนําไปสู่ประเด็นความเสี่ยง ในด้านการยศาสตร์ (Ergonomic) และอาจเกิดการเจ็บป่วย (Office syndrome) ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทํางาน ผู้เช่ียวชาญด้านอาชีว อนามัยร่วมกับแพทย์อาชีวอนามัย ได้ทําการสํารวจและประเมินความเส่ียงทางด้านการยศาสตร์สําหรับ กลุ่มเป้าหมาย พร้อมให้คํา แนะนําปรับปรุงสถานที่ทํางาน อุปกรณ์สํานักงาน และท่าทางการทํางานให้ถูกต้องเหมาะสม ตลอดจนการหยุดพักระหว่างการทํางาน นอกจากนี้ กลุ่มฯ ยังสร้างบรรยากาศการทํางานให้มีความปลอดภัย เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตท่ีดีทําให้การ ปฏิบัติงาน มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลการดําเนินงานด้านความปลอดภัยของกลุ่มไทยออยล์โดยรวมดีขึ้นส่งผลให้ธุรกิจของกลุ่มฯ สามารถดําเนินการ ได้อย่างต่อเนื่องและย่ังยืน โดยตลอดระยะเวลา 53 ปีที่ผ่านมา จากการประเมินโดยแพทย์อาชีวอนามัยไม่พบว่ามี พนักงานและ ผู้รับเหมาเจ็บป่วยด้วยโรคอันเนื่องมาจากการทํางาน

การสร้างความพร้อมสำหรับการทำงาน (Fit for Work)
กลุ่มไทยออยล์ให้ความสําคัญกับการเตรียมร่างกายของผู้ปฏิบัติงานให้เหมาะสม และพร้อมสําหรับการทํางาน (Fit For Work) ซึ่งปัจจุบันได้ ดําเนินการสําหรับการทํางานท่ีมีความเสี่ยง เช่น งานในที่ อับอากาศ งานบนท่ีสูง เป็นต้น และจะขยายให้ครอบคลุมกลุ่มพนักงานท่ีมี ปัญหาด้านสุขภาพซึ่งอยู่ในระหว่างรับการรักษาทางการแพทย์แต่ไม่มีความจําเป็นต้องหยุดงาน เช่น โรคความดัน โลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ เป็นต้น รวมถึงพนักงานที่มีภาวะอ้วนหรือดัชนีมวลรวม (Body Mass Index : BMI) สูงเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งผลการดํา เนินการ สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุ อันเนื่องมาจากปัญหาสุขภาพได้
ความปลอดภัยในการทํางาน
กลุ่มไทยออยล์ให้ความสําคัญเรื่องความ ปลอดภัยในระดับองค์กร โดยเน้นการสร้างภาวะผู้นําความปลอดภัยในระดับบุคคลเพื่อนําไปสู่ วัฒนธรรมความปลอดภัยของกลุ่มฯ และสนับสนุนให้กลุ่มดําเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
การสร้างภาวะผู้นำความปลอดภัย
เป็นโครงการพัฒนาและยกระดับภาวะผู้นําและวุฒิภาวะด้านความปลอดภัยในการทํางานสําหรับพนักงานและผู้รับเหมาเพื่อนําไปสู่วัฒนธรรม ความปลอดภัยของ กลุ่มฯ ซึ่งหลังจากที่ได้กําหนดกรอบการพัฒนาและยกระดับภาวะผู้นําความปลอดภัย และคู่มือภาวะผู้นํา ความปลอดภัยในการทํางานกลุ่มฯ ไปเมื่อปี 2555 ดังน้ันในปี2556 นี้กลุ่มฯ จึงมุ่งเน้นการสื่อสารและการนําไปปฏิบัติ โดยมีกิจกรรมสําคัญ ดังน้ี
• การฝึกอบรมภาวะผู้นําความปลอดภัยให้กับพนักงานกลุ่มไทยออยล์ (Safety Leadership Training)
• โครงการภาวะผู้นําความปลอดภัยสัญจร (Safety Leadership Event)
• ผู้บริหารเยี่ยมเยียนผู้ปฏิบัติงานที่หน้างาน (Management Walk and Talk)
• การส่งเสริมการเขียนรายงานเหตุการณ์ท่ีมีศักยภาพก่อให้เกิด อุบัติเหตุ หรือ Potential Incident Report (PIR) เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ของผู้ปฏิบัติงานและป้องกันก่อนเกิดเหตุ

จากการดําเนินงานอย่างต่อเนื่องพบว่า ปี 2556 อัตราการบาดเจ็บ จากการทํางานรวมของพนักงานลดลงจาก 0.60 เป็น 0.00 และ ไม่มีอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานของพนักงาน

โครงการ Safe White Green เบื้องต้น

เป็นโครงการพัฒนาและยกระดับการบริหารจัดการความปลอดภัย (Safe) ความมั่นคง (White) และส่ิงแวดล้อม (Green) ร่วมกับ บริษัทผู้รับเหมาเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์และพันธกิจของกลุ่มไทยออยล์ในการดําเนินธุรกิจตลอดสายโซ่อุปทานด้วยความปลอดภัยปลอดสิ่งผิดกฎหมายและสิ่งเสพติด รวมถึงไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือก่อให้เกิดความรําคาญต่อชุมชนรอบโรงกลั่นฯ โดยดําเนินงานภายใต้กลยุทธ์ ดังน้ี

1. CEO สื่อสารนโยบาย Safe White Green ให้กับผู้บริหารสูง สุดของบริษัทผู้รับเหมากลุ่มฯ
2. ผู้บริหารสูงสุดของบริษัทผู้รับเหมา แสดงเจตจํานงค์และความ มุ่งมั่นในการดําเนิน โครงการฯ โดยกําหนดนโยบาย Safe White Green ให้สอดคล้องกับนโยบายของกลุ่มฯ
3. การนํากลยุทธ์ Safe White Green ไปจัดทําแผนการดําเนินงานเพื่อนําไปสู่การปฏิบัติอย่างสัมฤทธิ
4. กําหนดตัวชี้วัดเชิงชี้นํา (Leading Indicator) เพื่อวัดประสิทธิผลของการดําเนินงาน
5. ตรวจติดตามและปรับปรุงแก้ไขผลการดําเนินงานอย่างต่อเนื่อง
กิจกรรมนี้ส่งผลให้ธุรกิจกลุ่มไทยออยล์สามารถดําเนินการได้อย่างต่อเนื่องด้วยความปลอดภัย ปลอดสิ่งเสพติดและการกระทําผิดกฎหมายและปราศจากผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม

การมีส่วนร่วมของพนักงานกลุ่มไทยออยล์

1. ปฏิบัติงานตามวิธีปฏิบัติงานและข้อกําหนด ท่ีเก่ียวข้องด้วย ความปลอดภัย
2. หมั่นตรวจสอบสภาพแวดล้อมในการทํางาน และอุปกรณ์ที่นํา มาใช้งานหากพบสิ่งผิดปกติที่อาจส่งผลกระทบต่อการบาด เจ็บหรือสภาพแวดล้อมหรือการกระทําผิด กฎหมาย จะต้อง แจ้งให้ดําเนินการปรับปรุงแก้ไขทันที
3. นําเสนอประเด็นปัญหา หรือเสนอแนะด้าน ความปลอดภัย ความมั่นคง และส่ิงแวดล้อม รวมถึงเสนอแนะแนวทางการปรับ ปรุงแก้ไข และมาตรการควบคุมป้องกันไม่ให้เกิดซํ้า หลีกเล่ียง การกระทําผิดกฏหมายและสิ่งเสพติดต่างๆ ลดขยะหรือกาก ของเสียต้ังแต่ต้นทาง คัดแยกและท้ิงขยะให้ถูกท่ี รวมถึงดูแลส่ิง แวดล้อมโดยรวม
ความปลอดภัยในกระบวนการผลิต

เนื่องจากความปลอดภัยในกระบวนการผลิตเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการดำเนินงาน ดังนั้น ทุกสายงานการผลิตของกลุ่มไทยออยล์จึง ดำเนินงานภายใต้ระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานทัดเทียมในระดับสากลซึ่งครอบคลุมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม โดยมีการกำหนดเป้าหมาย Loss of Primary Containment (LOPC) Tier 1 ให้เป็นศูนย์ และแต่งตั้งคณะกรรมการ ความปลอดภัย ที่ประกอบด้วยตัวแทนจากพนักงานระดับปฏิบัติการไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของคณะกรรมการทั้งหมด ทำหน้าที่บริหาร จัดการด้านความปลอดภัยขององค์กร ติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานให้สอดคล้องตามมาตรฐานของไทยออยล์ พร้อมทั้ง ให้ความรู้และความเข้าใจด้านความปลอดภัยในกระบวนการผลิตแก่พนักงานทุกฝ่าย เพื่อช่วยยกระดับการดำเนินงานให้มีความ ปลอดภัยทั่วทั้งองค์กรและสอดคล้องตามเป้าหมายที่กำหนด ซึ่งในปี 2558 ไทยออยล์ได้ดำเนินการสื่อสารการบริหารจัดการความเสี่ยง และการป้องกันการสูญเสียในโรงกลั่นและปิโตรเคมี ผ่านการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ การสัมมนาเชิงปฏิบัติการและการฝึกอบรมให้แก่ พนักงานทุกคน ตลอดจนสร้างบทเรียนออนไลน์ด้านความปลอดภัย (Safety e-learning) เพื่อเสริมสร้างความตระหนักและการแก้ปัญหา ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดระหว่างการดำเนินงาน และผลกระทบที่ตามมาหากเกิดเหตุขึ้น

ความปลอดภัยจากการขนส่ง

การขนส่งของกลุ่มไทยออยล์ดำเนินงานภายใต้ระบบการบริหารจัดการขนส่งที่สอดคล้อง กับกลุ่ม ปตท. ซึ่งประกอบด้วย การจัดการด้านความปลอดภัย การบริหารจัดการพนักงาน ขับรถ รายการตรวจสอบความปลอดภัยก่อนเข้ารับผลิตภัณฑ์ และระบบการตรวจ สอบเพื่อให้การขนส่งตรงตามเวลาและข้อกำหนด โดยมุ่งลดการปฏิบัติที่เสี่ยงต่อ ความปลอดภัย ซึ่งในปี 2558 ได้ทำการปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการรถบรรทุก ผลิตภัณฑ์น้ำมัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการบริหารจัดการอาชีวอนามัย ความ ปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม และเพื่อให้มั่นใจว่ามีการจัดการและควบคุมความเสี่ยง อย่างเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบในทุกๆ ด้าน