การดูแลพนักงาน

พนักงานของเรา

ทรัพยากรบุคคลถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เจริญเติบโต ดังนั้นไทยออยล์จึงเล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรในบริษัทให้ใช้ศักยภาพได้อย่างเต็มที่ โดยเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกคน และทุกระดับได้รับโอกาสในการพัฒนาอย่างเท่าเทียมตั้งแต่วันแรกจนกระทั่งวันเกษียณอายุ ซึ่งเครือไทยออยล์ใช้บันได 4 ขั้นสำหรับพัฒนาทรัพยากรบุคคลของไทยออยล์

บันไดก้าวที่1 : การวางแผนและพัฒนาศักยภาพตามสายอาชีพของบุคลากร

เครือไทยออยล์เล็งเห็นความสำคัญของการวางแผนและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรตั้งแต่ขั้นตอนการสัมภาษณ์ โดย พิจารณาศักยภาพของผู้สนใจเข้าทำงาน ทั้งในด้านความสามารถ ประสบการณ์ ความรู้ด้านการบริหารงานและทัศนคติ เพื่อประเมินศักยภาพที่เล็งเห็นได้ในปัจจุบัน (Currently Estimated Potential: CEP) และคาดการณ์ตำแหน่งสุดท้ายของ บุคลากรนั้นหากเข้ามาทำงานกับเครือไทยออยล์เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถพัฒนาตามสายอาชีพและเติบโตต่อไปได้

นอกจากนี้ เครือไทยออยล์มีการจัดทำแผนการพัฒนาสายอาชีพ (Career Development Plan) ที่ชัดเจน มีแนวทางใน การพัฒนาบุคลากรตามศักยภาพ ทำให้บุคลากรรับรู้ความก้าวหน้าในสายอาชีพของตนเองตามความเหมาะสม (Individual Career Plan) ตลอดจนจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan) มีการหมุนเวียนงานเพื่อเพิ่ม ทักษะและความรู้ ตลอดจนมอบหมายงานที่ท้าทายเพื่อให้สอดคล้องกับความรู้และทักษะที่ต้องพัฒนาให้มีความพร้อมในการ ปฏิบัติงานในตำแหน่งปัจจุบันหรือตามความก้าวหน้าในสายอาชีพของตน โดยนำมาเทียบกับ Career Model ในแต่ละสาย งาน ทั้งนี้แผนการพัฒนาสายอาชีพจะมีการทบทวนร่วมกับบุคลากรทุกคนทุกปีและจะต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการ ด้านทรัพยากรบุคคลของสายงาน ซึ่งมีรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ของแต่ละสายงานเป็นประธาน และจากคณะกรรมการ ด้านทรัพยากรบุคคลของบริษัท ซึ่งมีกรรมการผู้จัดการใหญ่เป็นประธาน และมีรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ของแต่ละสายงาน เป็นสมาชิก

บันไดก้าวที่ 2 : การฝึกอบรม

เครือไทยออยล์ได้จัดหลักสูตรเพื่อพัฒนาบุคลากรทุกคนในทุกระดับตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงระดับจัดการ เพื่อให้มีโอกาส พัฒนาศักยภาพของตนเองและเตรียมพร้อมต่อการเติบโตในสายงานตามที่ระบุในแบบแผนการพัฒนาพนักงานเครือไทยออยล์ (Development Blueprint) ซึ่งประกอบด้วยการพัฒนาบุคลากรตาม Core Program ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนา พนักงานตามระดับพนักงาน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับพนักงานทั่วไป ระดับพนักงานที่กำลังจะพัฒนาขึ้นเป็นผู้บริหาร และระดับ พนักงานที่จะพัฒนาขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูง พร้อมกับลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล โดยพัฒนาพนักงานทั้งภายในและ ภายนอกองค์กร ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้พักงานนำทักษะ ความรู้ และความสามารถมาประยุกต์ใช้ ในการทำงานจริง (Work based learning) ทั้งนี้ยังได้มอบทุนการศึกษาแก่พนักงานเพื่อไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและเอกในมหาวิทยาลัย ชั้นนำของโลก และมอบทุนการศึกษาแก่บุคคลภายนอกเพื่อสนับสนุนการศึกษาในสังคม

บันไดก้าวที่ 3 : การประเมินผลการปฏิบัติงาน

เครือไทยออยล์กำหนดให้ระบบการบริหารผลการปฏิบัติงาน(Performance Management System: PMS) เพื่อวัดและ ประเมินความรู้ความสามารถและพัฒนาการของบุคลากรตลอดจนการวัดประสิทธิผลของการดำเนินการตาม Work Target ซึ่งสอดคล้องกับหน่วยงานและองค์กร (Corporate KPI) ระบบการบริหารผลการปฏิบัติงานนี้เป็นเครื่องมือหนึ่งใน การวัดผลการปฏิบัติงานของบุคลากรในปัจจุบัน และประเมินความพร้อมของบุคลากรในด้านของความรู้ความสามารถที่จะได้ รับการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ซึ่งจะสามารถระบุระดับของความรู้ความสามารถและทักษะที่ยังขาดของระดับงานที่สูงขึ้นใน อนาคต โดยผลการประเมินจะถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลเพื่อการวางแผนพัฒนาสายอาชีพ (Career Development Plan) ที่เหมาะสมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ซึ่งมีการทบทวนผลการปฏิบัติงานมีการดำเนินงาน 2 ครั้งในช่วงกลางปี (เดือนมิถุนายนถึงเดือน กรกฎาคม) และปลายปี (เดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม) ผู้บังคับบัญชาจะทบทวนผลการปฏิบัติงาน วางแผนความก้าวหน้าในสายอาชีพรายบุคคล (Individual Career Plan) และวางแผนการพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan) ประจำปีในระบบ i-Link (Career Development Plan) ทั้งนี้ผู้บังคับบัญชาจะคำนึงถึงสายอาชีพของพนักงานในอนาคต และระบุวิธีการ พัฒนาในรูปแบบต่างๆ เช่น การฝึกอบรม การสอนแนะนำงาน การมอบหมายให้ปฏิบัติงาน และการเยี่ยมชมสถานที่ เป็นต้น

บันไดก้าวที่ 4 : การเตรียมความพร้อมสำหรับการเกษียณอายุ

หลักสูตรเพื่อช่วยเหลือให้พนักงานเตรียมความพร้อมกับการเกษียณอายุ

1. Work-life balance for staff สำหรับพนักงานที่มีช่วงอายุ 31-39 ปี และ 41-49 ปี โดยจะมีการตรวจวัดสมรรถนะของร่างกาย การให้ความรู้ในการสร้าง สมดุลของชีวิต และการวางแผนทางด้านการเงิน

2. How to lead a healthy life above 50 สำหรับพนักงานที่มีอายุมากกว่า 50 ปี โดยจะมีการตรวจวัดสมรรถนะของร่างกาย การวางแผนด้านการเงินก่อนเกษียณ อายุ และการปรับทัศนคติให้พนักงานมองถึงการใช้ชีวิตให้มีความสุขและใช้เวลาให้เกิดประโยชน์และมีคุณค่า

3. โครงการสุขกาย สุขใจ วัยเกษียณ สำหรับพนักงานที่เตรียมตัวจะเกษียณอายุก่อน 1-3 ปี โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและเตรียมตัวทั้งด้านร่ายกาย จิตใจและ อารมณ์ ตลอดจนบริหารจัดการการเงินช่วงเกษียณ และหลังเกษียณโดยทีมวิทยากร และแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากโรง พยาบาลชั้นนำ

ความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร

เครือไทยออยล์สร้างกลยุทธ์การดึงดูดผู้ที่มีความสามารถและรักษาพนักงานไว้ในองค์กรโดยมุ่งเน้นการให้ค่าตอบแทนและผลประโยชน์ที่อยู่ในระดับควอไทล์แรกในอุตสาหกรรมเดียวกันให้แก่พนักงานอย่างเป็นธรรม อีกทั้งยังตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่าแนวทางการจ่ายค่าตอบแทนนี้เป็นส่วนสำคัญที่สนับสนุนให้ผลการดำเนินงานขององค์กรมีประสิทธิภาพสูงขึ้นเพื่อนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จึงได้กำหนดนโยบายการบริหารค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับผลประกอบการขององค์กรและเชื่อมโยงผลการปฏิบัติงานของพนักงานดังนี้

ผลตอบแทนระยะสั้น เครือไทยออยล์ได้กำหนดการจ่ายผลตอบแทนที่สามารถเทียบเคียงได้อย่างเหมาะสมกับอัตราการจ่ายทั่วไปขององค์กรอื่นที่อยู่ในธุรกิจเดียวกันเพื่อรักษาและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันด้านทรัพยากรบุคคลให้กับองค์กร นอกจากนั้นบริษัทฯ ได้กำหนดการจ่าย Variable Bonus จากผลประกอบการในแต่ละรอบปีโดยเชื่อมโยงกับผลการปฏิบัติงานของพนักงานด้วยเพื่อจูงใจให้พนักงานระดับผู้จัดการแผนกขึ้นไปปฏิบัติงานให้ได้ตามเป้าหมายขององค์กรในปีนั้นๆ

ผลตอบแทนในระยะยาว เครือไทยออยล์ได้กำหนดนโยบายค่าตอบแทนเพื่อรักษาและสร้างแรงจูงใจพนักงานในการปฏิบัติงานให้องค์กรดำเนินงานไปสู่เป้าหมายในอนาคตที่วางแผนไว้ในระยะยาว เช่นแนวทางการขึ้นค่าจ้างประจำปี เงินช่วยเหลือที่ผูกกับค่าจ้าง เงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ฯลฯ เครือไทยออยล์ได้ยึดหลักการจ่ายค่าตอบแทนดังนี้

• หลักความเท่าเทียมภายในองค์กร (Internal Equity) ใช้หลักการจ่ายค่าตอบแทนตามค่างานซึ่งพิจารณาจากขอบเขตความรับผิดชอบของตำแหน่งงานโดยที่ปรึกษามืออาชีพและทีมผู้บริหารจากทุกสายงานขององค์กร(panel)เพื่อสร้างความเป็นธรรมภายในกลุ่มพนักงานด้วยกัน

• หลักความเท่าเทียมภายนอก (External Equity) บริษัทฯได้กำหนดค่าตอบแทนที่สามารถเทียบเคียงได้อย่างเหมาะสมกับอัตราการจ่ายทั่วไปขององค์กรอื่นที่อยู่ในธุรกิจ เดียวกันเพื่อรักษาและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันด้านทรัพยากรบุคคลให้กับองค์กร

• หลักการจ่ายค่าตอบแทนตามความสามารถของบุคคล (Employee Contribution) บริษัทฯได้เชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานขององค์กร (Corporate Performance) และผลการปฏิบัติงานรายบุคคล(Individual Performance) ภายใต้หลักเกณฑ์ที่โปร่งใสในการจ่ายค่าตอบแทนอันเนื่องมาจากผลการทำงาน (Pay for Performance)

• หลักการบริหารงานงบประมาณงานบุคคล (Budget Administration) บริษัทฯได้กำหนดกรอบในการวางแผนและควบคุมงบประมาณการจ่ายค่าตอบแทนที่ต้องสอดคล้องกับแผนงบประมาณ ใหญ่องค์กรซึ่งกำหนดจากการพิจารณาความสามารถในการจ่ายขององค์กร (Ability to Pay) ทั้งในระยะสั้นและระยะ ยาว โดยมีระบบฐานข้อมูลที่แม่นยำเพื่อการปรับปรุงแผนงบประมาณระหว่างปีให้สอดคล้องผลการดำเนินงานองค์กรได้ อย่างทันท่วงที

ค่าตอบแทนผลประโยชน์ของพนักงาน

เครือไทยออยล์มีการประเมินค่าตอบแทนและผลประโยชน์ที่ให้กับพนักงานอย่างเป็นธรรมเป็นประจำทุกปี เพื่อให้บริษัทสามารถ รักษาระดับควอไทล์แรกในอุตสาหกรรมเดียวกันได้ โดยทำการสำรวจการค่ายค่าตอบแทนและสวัสดิการต่าง ๆ ในกลุ่มธุรกิจ เทียบเคียงกัน มาพิจารณาเปรียบเทียบและกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนดังกล่าว

ผลประโยชน์ที่ให้กับพนักงานประจำ ประกอบด้วย

  • สวัสดิการที่พัก
  • ค่าเบี้ยเลี้ยงต่างๆ
  • โบนัส
  • เงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • เงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน
  • ผลประโยชน์ด้านการแพทย์สำหรับพนักงานและครอบครัว
  • เสื้อผ้าชุดทำงานและเครื่องแบบ
  • การประกันอุบัติเหตุกลุ่ม
  • ของที่ระลึกตามอายุงาน
  • เงินชดเชยการอยู่เวรคอยระงับเหตุฉุกเฉิน
  • อุปกรณ์และเครื่องป้องกันอันตราย (PPE) เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน
  • การช่วยเหลือมรณกรรมสงเคราะห์สำ หรับพนักงานและครอบครัว
  • สมาคมสโมสรและบริการพักผ่อนหย่อนใจ
  • สหกรณ์ร้านค้าไทยออยล์ฯ
  • สหกรณ์ออมทรัพย์ฯ

ทั้งนี้ ไทยออยล์มีนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนตามหน้าที่ความรับผิดชอบ ประสบการณ์และวุฒิการศึกษาซึ่งไม่มีความแตก ต่างระหว่างชายหรือหญิง

สิทธิประโยชน์ของพนักงานด้านสุขภาพ

เครือไทยออยล์เน้นการบริหารจัดการอาชีวอนามัยเชิงรุก โดยมีการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบ มาตรฐานการขัดการชีวอนามัยและความปลอดภัย โดยเริ่มจากการประเมินการสัมผัสของพนักงานตามลักษณะงานต่างๆ เพื่อหาปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพและเตรียมการเฝ้าระวัง รวมถึงค้นหากิจกรรมที่มีความเสี่ยงของกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนมีการ ตรวจวัดและวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงในกิจกรรมนั้นๆ เพื่อทบทวนหามาตรการควบคุมป้องกันที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่สำคัญ พนักงานจะได้รับการเฝ้าระวังและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ

เครือไทยออยล์ทำการเฝ้าติดตามการแพร่ระบาดของโรคติดต่อที่สำคัญ ได้แก่ โรคไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่เป็นต้น โดยดำเนินการตรวจประเมินพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งให้ความรู้เพื่อป้องกันโดยเฉพาะพนักงานที่ต้องออกไปปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสำคัญ

สิทธิของพนักงาน

เครือไทยออยล์ดำเนินการประเมินค่าตอบแทนและผลประโยชน์แก่พนักงานทุกปี โดยเทียบเคียงการจ่ายค่าตอบแทนและสวัสดิการ ต่างๆ ในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน เพื่อยืนยันว่าพนักงานของเราได้รับความคุ้มครองทางสิทธิประโยชน์ และผลตอบแทนที่เป็นธรรม และเท่าเทียมกันและไม่มีความแตกต่างระหว่างพนักงานหญิงและชายในทุกระดับ

เครือไทยออยล์ยึดมั่นในหลักปฏิบัติสากล (Universal Declaration of Human Rights) และกฎหมายแรงงานของ ประเทศไทย ด้านสิทธิแรงงานโดยไม่มีการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ การเลือกปฏิบัติ รวมถึงการต่อต้านการรวมกลุ่มเพื่อ เจรจาต่อรอง พร้อมทั้งจัดทำและเผยแพร่ข้อมูลผ่านทางระเบียบการบริหารทรัพยากรบุคคลและจดหมายข่าวอิเล็กทรอนิกส์ ภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง จากหลักการดังกล่าวเราดำเนินการจัดตั้งสหภาพแรงงานตั้งแต่ปี 2518 เพื่อรักษาผลประโยชน์ ให้กับพนักงาน ซึ่งสหภาพแรงงานประกอบด้วย กลุ่มผู้แทนพนักงาน ผู้บริหารระดับสูงและฝ่ายทรัพยากรบุคคล ดำเนินการ จัดประชุมทุก 2 เดือน และดำเนินการยื่นข้อเรียกร้องและเจรจาต่อรอง (Collective Bargaining) ทุก 2 ปี