การจัดการน้ำ

การจัดการนํ้า



แหล่งที่มาของนํ้า

กลุ่มไทยออยล์รับน้ําดิบมาใช้ในระบบสาธารณูปโภค การอุปโภคบริโภค และกระบวนการผลิต จาก 3 แหล่ง คือ 

1) อ่างเก็บนํ้าบางพระ กรมชลประทานเป็นผู้อนุญาติให้ใช้นํ้ามีความจุอ่างเก็บน้ํา 117.4 ล้าน ลูกบาศก์เมตร โดยนํ้าดิบ ท่ีนํามาใช้คิดเป็น ร้อยละ 1.4 ของปริมาณนํ้าท้ังหมด 

2) อ่างเก็บน้ําหนองค้อ ดูแลโดยบริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรนํ้าภาคตะวันออก จํากัด (มหาชน) (East Water) มีความจุอ่าง เก็บน้ํา 21.0 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยน้ําดิบท่ีนํามาใช้คิดเป็นร้อยละ 7.1 ของปริมาณนํ้าท้ังหมด 

3) นํ้าทะเล กลุ่มไทยออยล์จัดตั้งหน่วยกลั่นนํ้าทะเลให้เป็นนํ้าจืด (Desalination Unit) จํานวน 6 หน่วย ท่ีโรงกลั่น อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อกลั่นนํ้าทะเลให้เป็นนํ้าจืดสําหรับหม้อต้มน้ํา (Boiler Feed Water) สําหรับผลิตไอนํ้า โดยสามารถกลั่นน้ําทะเลให้ เป็นนํ้าจืดได้ปริมาณ 10,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน 

ทั้งนี้ แหล่งน้ําท้ังสามอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลโดยหน่วยงานภายนอก อาทิ กลมชลประทาน บริษัทจัดการน้ํา จึงมี การจัดสรรไม่ให้ เกิดผลกระทบต่อผู้ใช้น้ํารายอ่ืนและสิ่งแวดล้อมในบริเวณใกล้เคียง

ความเสี่ยงจากการขาดแคลนนํ้า

กลุ่มไทยออยล์กําหนดให้การบริหารจัดการน้ําเป็นหน่ึงในความเสี่ยงระดับองค์กร โดยจัดทําการบริหารจัดการน้ําในสภาวะวิกฤต (Water Crisis Management) ครอบคลุมถึงกระบวนการตอบสนอง ต่อสภาวะวิกฤต (Emergency Response Procedure) สําหรับกรณีการขาดแคลนนํ้า นอกจากนี้กลุ่มไทยออยล์ได้ทําการประเมินความเพียงพอของทรัพยากรนํ้าสําหรับ 1 ปี 3 ปี 5 ปี และ 10 ปี โดยหน่วยงานภายในบริษัทและหน่วยงานอิสระจากภายนอก

กลยุทธ์ 3Rs


กลุ่มไทยออยล์ ประสบความสําเร็จในการดําเนินการบริหารจัดการ นํ้าตามกลยุทธ์ 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) ซ่ึงนําไปสู่การ ใช้นํ้าในปริมาณท่ีลดลง ปี 2556 กลุ่มไทยออยล์ลดการพ่ึงพานํ้าดิบ จากแหล่งนํ้าธรรมชาติ ร้อยละ 3.9 จากปริมาณการใช้นํ้าทั้งหมด ท้ังนี้ ไทยออยล์ รอการอนุมัติโครงการศึกษาการนําน้ํากลับมาใช้ ประโยชน์โดยระบบ Reverse Osmosis (RO) ต่อไป 
บัญชีปริมาณนํ้าใช้และคุณภาพนํ้า


กลุ่มไทยออยล์จัดทําบัญชีและรายงานปริมาณนํ้าใช้ให้กับผู้บริหาร ทุกเดือนในที่ประชุมฝ่ายปฏิบัติการ โดยปัจจุบันกลุ่มไทยออยล์ ดําเนินการติดตามปริมาณน้ําใช้เป็นประจําทุกวันและติดตามปริมาณ นํ้าในอ่างเก็บน้ําอย่างต่อเน่ืองทุกวันทําการ 
 


นอกจากน้ีกลุ่มไทยออยล์ยังดําเนินการตรวจสอบคุณภาพของน้ําท้ิงที่ผ่านการบําบัดแล้วโดยหน่วยงานภายในทุก 7 วัน และภายนอก ทุกเดือน พร้อมทั้งมีการติดตามค่า Chemical Oxygen Demand (COD) ในนํ้าท้ิงตลอด 24 ชั่วโมง และรายงานค่า COD ต่อ กรมโรงงานโดยตรง ในปี 2556 พบว่าค่าความเข้มข้น COD มีค่าเฉลี่ยประมาณ 60 ppm ซ่ึงน้อยกว่าค่ามาตราฐานจากกระทรวง อุตสาหกรรม คือ 120 ppm 

กลุ่มไทยออยล์ระบายน้ําที่บําบัดแล้วลงสู่ทะเลประมาณ 2.43 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี โดยให้หน่วยงานจากภายนอกที่ได้รับ ใบอนุญาต จากราชการ ในการติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงคุณภาพน้ําผิวดินในพื้นท่ีใกล้เคียงตลอดจนความหลากหลาย ของแพลงก์ ตอนเพื่อจัดทํารายงานส่งให้กับสํานักงานนโยบาย และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งพบว่าคุณภาพ น้ําผิวดินเป็นไปตาม กฎหมาย ไม่มีผลกระทบที่มีนัยสําคัญต่อสิ่งแวดล้อม 

นอกเหนือจากการบริหารจัดการการใช้น้ําภายในบริษัทแล้ว กลุ่มไทยออยล์ได้ดําเนินงานร่วมกับหน่วยงานภายนอกท้ัง ภาคราชการ เอกชน และชุมชน อาทิ กรมชลประทานเขต 9 การประปาส่วนภูมิภาคตะวันออก เป็นต้น ตลอดจนบริษัทอ่ืนๆ ในกลุ่ม ปตท. เพื่อวาง แผนการใช้นํ้าไม่ให้เกิดผลกระทบกับทุกฝ่าย โดยมีการคาดการณ์ปริมาณการใช้น้ําล่วงหน้าและแบ่งสัดส่วน ปริมาณนํ้าที่สามารถจ่าย ให้กับแต่ละฝ่าย