หมวดที่ 5 ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

การปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ

 

หมวดที่ 5 ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

1. โครงสร้างคณะกรรมการ


องค์ประกอบและคุณลักษณะของกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มอบหมายให้คณะกรรมการสรรหาและ พิจารณาค่าตอบแทนทําหน้าที่สรรหาและคัดเลือกกรรมการ และผู้บริหารสูงสุดในกรณีที่ตําแหน่งว่างลง องค์ประกอบของคณะ
กรรมการบริษัทฯ ต้องมีจํานวนสัดส่วนของกรรมการที่เป็นอิสระเพียงพอ ที่จะสามารถตรวจสอบถ่วงดุลการทํางานของคณะ
กรรมการบริษัทฯ และการดําเนินงานของฝ่ายจัดการ

ทั้งนี้ กรรมการบริษัทฯ ต้องมีความหลากหลายของทักษะประกอบด้วย ทักษะทางด้านอุตสาหกรรม ด้านบัญชีการเงิน ด้านธุรกิจ ด้านการจัดการ ด้านการตลาดระหว่างประเทศ ด้านกลยุทธ์
ด้านการบริหารวิกฤติ ด้านกฎหมาย และด้านการกํากับดูแลกิจการ โดยประกอบด้วยผู้มีความรู้ในธุรกิจของบริษัทฯ อย่างน้อย 3 คน ด้านกฎหมายอย่างน้อย 1 คน และด้านบัญชีการเงินอย่างน้อย 1 คน ซึ่งคณะกรรมการต้องประกอบด้วยกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งคณะและมีจํานวนไม่น้อยกว่า 3 คน ซึ่ง ปัจจุบันจํานวนกรรมการอิสระของบริษัทฯ มีจํานวนครบถ้วนและเกินกว่าที่กฎหมายกําหนดไว้

 


วิธีสรรหากรรมการ

การคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมเข้าดํารงตําแหน่งกรรมการบริษัทฯ แทนกรรมการที่ออกตามวาระ กระทําโดยบริษัทฯ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอรายชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตามคุณสมบัติที่บริษัทฯ กําหนด เพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการบริษัทฯ โดยจะประกาศเชิญชวนในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ให้ผู้ถือหุ้นเสนอรายชื่อและประวัติบุคคลเข้ามายังบริษัทฯ และคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน จะทําการคัดเลือก และเสนอชื่อบุคคลผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่กําหนด โดยพิจารณาจากประสบการณ์ความรู้ความสามารถ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทฯ ได้พิจารณา เมื่อที่ประชุม
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบแล้วบริษัทฯ จะเสนอรายชื่อบุคคลดังกล่าว เพื่อขออนุมัติเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทฯ ต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้ถือคะแนนเสียงข้างมากของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุม และมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน รวมทั้งคัดเลือกกรรมการบริษัทฯ ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นกรรมการในคณะกรรมการเฉพาะเรื่องแทนตําแหน่งกรรมการเฉพาะเรื่องที่ว่างลงหลังการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจําปี และนําเสนอรายชื่อต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติแต่งตั้งต่อไป

คุณสมบัติกรรมการอิสระ

องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทฯ ต้องมีจํานวนสัดส่วนของกรรมการที่เป็นอิสระเพียงพอที่จะสามารถตรวจสอบถ่วงดุลการทํางานของคณะกรรมการบริษัทฯ และการดําเนินงานของฝ่ายจัดการ ซึ่งต้องประกอบด้วยกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งคณะ และมีจํานวนไม่น้อยกว่า 3 คน กรรมการอิสระต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนกําหนด ดังนี้

1. ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 ของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่
หรือผู้มีอํานาจควบคุมของบริษัทฯ ทั้งนี้ให้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้นๆ ด้วย

2. ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมในการบริหารงานลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจํา หรือผู้มีอํานาจควบคุมฃองบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลําดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอํานาจควบคุมของบริษัทฯ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี

3. ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมายในลักษณะที่เป็นบิดา มารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร
รวมทั้งคู่สมรสของบุตรของกรรมการรายอื่น ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอํานาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นกรรมการผู้บริหาร หรือผู้มีอํานาจควบคุมของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย

4. ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอํานาจควบคุมของบริษัทฯ ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย หรือผู้มีอํานาจควบคุมของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอํานาจควบคุมของบริษัทฯ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ความสัมพันธ์ทางธุรกิจตามวรรคหนึ่ง รวมถึงการทํารายการทางการค้าที่กระทําเป็นปกติ เพื่อประกอบกิจการการเช่าหรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ รายการเกี่ยวกับสินทรัพย์หรือบริการ หรือการให้หรือรับความช่วยเหลือทางการเงิน ด้วยการรับหรือ ให้กู้ยืม คํ้าประกัน การให้สินทรัพย์เป็นหลักประกันหนี้สิน รวมถึงพฤติการณ์อื่นทํานองเดียวกัน ซึ่งเป็นผลให้บริษัทฯ หรือคู่สัญญามีภาระหนี้ที่ต้องชําระต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ตั้งแต่ร้อยละ 3 ของสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของบริษัทฯ หรือตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป แล้วแต่
จํานวนใดจะตํ่ากว่า ทั้งนี้การคํานวณภาระหนี้ดังกล่าวให้เป็นไปตามวิธีการคํานวณมูลค่าของรายการที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศคณะ
กรรมการกํากับตลาดทุน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการทํารายการที่เกี่ยวโยงกัน โดยอนุโลมแต่ในการพิจารณาภาระหนี้ดังกล่าวให้นับรวมภาระหนี้
ที่เกิดขึ้นในระหว่าง 1 ปี ก่อนวันที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบุคคลเดียวกัน

5. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอํานาจควบคุม ของบริษัทฯ และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอํานาจควบคุม หรือ หุ้นส่วนของสํานักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วมผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอํานาจควบคุมของบริษัทฯ สังกัดอยู่ เว้นแต่จะได้พ้นจากการ มีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี

6. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมายหรือที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อปีจากบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอํานาจควบคุมของบริษัท และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัยผู้มีอํานาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี

7. ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัทฯ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย

8. ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย หรือไม่เป็นหุ้นส่วนที่มีนัยในห้างหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่รับเงินเดือนประจํา หรือถือหุ้นเกินร้อยละ 1 ของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทอื่น ซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย

9. ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทําให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดําเนินงานของบริษัทฯ

10. กรรมการอิสระของบริษัทฯ มีวาระการดํารงตําแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน

เพื่อเป็นการส่งเสริมให้กรรมการอิสระและกรรมการซึ่งไม่ได้เป็นผู้บริหาร ได้มีโอกาสประชุมปรึกษาหารือระหว่างกันเองอย่างเป็นอิสระ สําหรับการเสนอแนะความคิดเห็นต่างๆ เพื่อพัฒนาการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการบริษัทฯ รวมทั้งการกําหนดแนวทางการพัฒนาคุณภาพการกํากับดูแลกิจการที่ดี บริษัทฯ จึงได้กําหนดให้มีการประชุมกรรมการอิสระอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และการประชุมคณะกรรมการโดยไม่มีฝ่ายจัดการอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

 

2. การกําหนดค่าตอบแทนของกรรมการ
และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่

บริษัทฯ มีนโยบายกําหนดค่าตอบแทนของกรรมการและประธาน
เจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ให้อยู่ในระดับที่สามารถจูงใจ และอยู่ในระดับที่เทียบเคียงกับบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยการพิจารณาจะเชื่อมโยงกับผลงาน
และความรับผิดชอบของกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ รวมทั้งผลการดําเนินงานของบริษัทฯ และผลประโยชน์ที่สร้างให้กับผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ คณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่และความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษจะได้รับค่าตอบแทนเพิ่ม และเชื่อมโยงกับระดับความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายนั้น ผู้ที่เป็นประธานอาจได้รับค่าตอบแทนเพิ่มจากที่กรรมการได้รับ โดยทุกปีคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
จะเป็นผู้กําหนดค่าตอบแทนดังกล่าว และนําเสนอต่อคณะกรรมการ
บริษัทฯ เพื่อขอความเห็นชอบ ก่อนนําเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นอนุมัติต่อไป
 

3. การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ
บริษัทฯ

บริษัทฯ ได้ทําการประเมินคณะกรรมการบริษัทฯ เป็นประจําทุกปี
โดยได้จัดทําการประเมินใน 3 รูปแบบ คือ
1. แบบประเมินตนเอง
2. แบบประเมินทั้งคณะและคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง
3. แบบประเมินรายบุคคล (ประเมินกรรมการท่านอื่น)

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ปรับปรุงแบบฟอร์มการประเมินใหม่ให้ครอบ คลุมประเด็นสําคัญเพิ่มเติมดังนี้ แนวปฏิบัติของคณะกรรมการ (Board Practices) ซึ่งประกอบด้วยเรื่องความพร้อมของคณะกรรมการ การจัดการความเสี่ยง และการควบคุมภายใน การดูแลไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การติดตามรายงานทาง การเงิน การดําเนินงานการสรรหา การพิจารณาค่าตอบแทน และการประเมินผลงาน

4. การประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่

บริษัทฯ จัดทําการประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ทุกสิ้นปี โดยคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนเป็นผู้ทําการประเมิน และนําเสนอคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อขอความเห็นชอบ ทั้งนี้สรุปผลการประเมินการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ถือเป็นข้อมูลลับเฉพาะบุคคลไม่สามารถเปิดเผยได้สําหรับการประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ได้กําหนดเกณฑ์การประเมินฯ เป็น 3 ส่วน และให้นํ้าหนักการประเมินในแต่ละระดับในสัดส่วนที่แตกต่างกัน ดังนี้

ส่วนที่ 1 การประเมินผลจากดัชนีชี้วัดผลการดําเนินงาน (Corporate KPI)

ส่วนที่ 2 การประเมินด้านความเป็นผู้นํา (Leadership Competency)

ส่วนที่ 3 การประเมินด้านการบริหารงบประมาณและโครงการต่างๆ (Budget and Project Management)

ผลการประเมินดังกล่าวจะถูกนําไปพิจารณากําหนดอัตราการปรับขึ้นเงินเดือนของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่
และนําเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

5. การปฐมนิเทศกรรมการใหม่

บริษัทฯ ได้จัดทําเอกสารปฐมนิเทศสําหรับกรรมการใหม่ เพื่อเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงาน รวมถึงการจัดปฐมนิเทศแนะนําลักษณะประกอบธุรกิจและแนวทางการดําเนินธุรกิจของบริษัทฯ ให้แก่กรรมการใหม่ด้วย โดยบริษัทฯ มีนโยบายสนับสนุนให้กรรมการบริษัทฯ เข้าอบรมหลักสูตรจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เพื่อเป็นการพัฒนา สนับสนุน และส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ
บริษัทฯ

6. การพัฒนากรรมการและผู้บริหาร

บริษัทฯ ได้ส่งเสริมและสนับสนุนการฝึกอบรมและให้ความรู้ในเรื่องหลักการกํากับดูแลกิจการของบริษัทฯ ให้กับกรรมการ กรรมการเฉพาะเรื่อง ผู้บริหาร เลขานุการบริษัทฯ เป็นต้น เพื่อเป็นการเสริมสร้างและพัฒนาการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง และมีการพัฒนาผู้บริหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมสําหรับการหมุนเวียนตําแหน่งภายในองค์กร รวมทั้งเตรียมความพร้อมสําหรับการสืบทอดตําแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยจัดให้มีการประเมินศักยภาพผู้บริหาร ระดับผู้ช่วยกรรมการอํานวยการ (Currently Estimated Potential: CEP) และประเมินผลการปฏิบัติงานโดยใช้ KPI และ Competency Assessment 360 Degree ตามระบบ Performance Management System (PMS) ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ส่งผู้บริหารระดับผู้ช่วยกรรมการอํานวยการเข้า Executive Pool ของ ปตท. ตามโครงการ GLD (Group Leadership Development) เพื่อรับการประเมินความสามารถ ความพร้อม จุดแข็ง จุดอ่อน เป็นรายบุคคล โดยผู้ประเมินอิสระ และมีการจัดทําแผนพัฒนาผู้บริหารเฉพาะบุคคล (Individual Development Plan: IDP) ตามผลที่ได้รับจากการประเมินความพร้อม อีกทั้งจัดให้มีระบบพี่เลี้ยง (Mentoring Program)
เพื่อพัฒนาความพร้อมในการปฏิบัติงานระดับผู้บริหารอาวุโส
หรือตําแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เมื่อถึงเวลาสรรหาผู้สืบทอดตําแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทฯ จะพิจารณาผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการสรรหาและคัดเลือกจากภายนอกหรือ ผู้บริหารระดับผู้ช่วยกรรมการอํานวยการ หรือผู้บริหารระดับอาวุโสที่มีความพร้อมเข้าสู่กระบวนการสรรหา โดยคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนของบริษัทฯ


นอกจากนี้บริษัทฯ ได้จัดทําเอกสารปฐมนิเทศสําหรับกรรมการใหม่เพื่อเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานรวมถึงการจัด
ปฐมนิเทศ แนะนําลักษณะประกอบธุรกิจและแนวทางการดําเนิน
ธุรกิจของบริษัทฯ ให้แก่กรรมการใหม่ และสนับสนุนให้กรรมการ
บริษัทฯ เข้ารับการอบรมหลักสูตรกรรมการจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) อีกด้วย

 

7. การประชุมคณะกรรมการการประชุมคณะกรรมการ

บริษัทฯ จะมีการกําหนดขึ้นเป็นการล่วงหน้าในแต่ละปี เพื่อให้กรรมการสามารถจัดเวลาและเข้าร่วมประชุมได้ โดยประธานกรรมการเป็นผู้ให้ความเห็นชอบในการบรรจุวาระการประชุม
โดยจะปรึกษาหารือกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการ
ผู้จัดการใหญ่ ประกอบกับการพิจารณาตามคําขอของกรรมการที่จะบรรจุเรื่องอื่นที่สําคัญ เป็นวาระการพิจารณาในการประชุมแต่ละครั้ง โดยบริษัทฯ จะจัดส่งเอกสารประกอบการประชุมให้กรรมการพิจารณาล่วงหน้าเพื่อที่จะมีเวลาเพียงพอในการศึกษาพิจารณาและตัดสินใจอย่างถูกต้องในเรื่องต่างๆ

ข้อบังคับของบริษัทฯ กําหนดให้คณะกรรมการจะต้องประชุมกัน อย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง โดยต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งจึงจะครบองค์ประชุม และอาจมีการประชุมพิเศษเพิ่มเติมตามความจําเป็นตามแนวปฏิบัติปกติ บริษัทฯ จะจัดประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ 2 เดือนต่อครั้ง และมีการจัดส่งหนังสือเชิญประชุมให้แก่กรรมการเพื่อพิจารณาก่อนการประชุมล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนวันประชุม เว้นแต่ในกรณีจําเป็นรีบด่วน เพื่อให้กรรมการมีเวลาที่จะศึกษาพิจารณาและตัดสินใจอย่างถูกต้องในเรื่องต่างๆ อย่างพอเพียง และสามารถจัดเวลาเข้าร่วมประชุมได้ และเพื่อรักษาสิทธิหรือประโยชน์ของบริษัทฯ ซึ่งในการประชุม
ทุกคราว จะมีการกําหนดวาระการประชุมที่ชัดเจน โดยในการประชุมคณะกรรมการ กรรมการทุกคนสามารถอภิปราย และ
แสดงความคิดเห็นได้อย่างเปิดเผย และมีการจดบันทึกการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ผลการประชุม และความคิดเห็นของคณะกรรมการบริษัทฯ จะต้องมีความชัดเจนเพื่อใช้อ้างอิง

8. คณะกรรมการเฉพาะเรื่อง

บริษัทฯ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะเรื่องตามกฎหมาย คือ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน คณะกรรมการกํากับดูแลกิจการ และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง โดยผ่านกระบวนการพิจารณาสรรหาของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ทั้งนี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่มีบทบาทในการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงของ
บริษัทฯ เพื่อช่วยศึกษา และพิจารณากลั่นกรองงานที่สําคัญ และเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย