ภาพข่าวและข่าวประชาสัมพันธ์

“ไทยออยล์” ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2566

     บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2566 ภาพรวมธุรกิจกลุ่มไทยออยล์ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2566

     นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยว่า “ในไตรมาส 3/2566 กลุ่มไทยออยล์มีกำไรสุทธิ 10,828 ล้านบาท เป็นผลมาจากอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปที่ตึงตัวจากการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นในสหรัฐฯ และยุโรป ตลอดจนการประกาศห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินชั่วคราวของประเทศรัสเซีย ส่วนต่างราคาน้ำมันอากาศยาน และส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลเมื่อเปรียบเทียบกับราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด (LAB) ที่ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน ในขณะที่ธุรกิจอะโรเมติกส์ได้รับแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบที่อยู่ในระดับสูงและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศจีนที่ไม่เป็นไปตามคาดการณ์ ส่วนธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานได้รับผลกระทบจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศจีนที่ชะลอตัวลงและความต้องการใช้น้ำมันหล่อลื่นในภูมิภาคที่ลดลงในช่วงฤดูฝน”

     ราคาน้ำมันดิบไตรมาส 3/2566 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน เนื่องจากอุปทานน้ำมันดิบมีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น หลังประเทศซาอุดิอาระเบียปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติม และประเทศรัสเซียปรับลดการส่งออก ส่งผลให้กลุ่มไทยออยล์มีกำไรจากสต็อกน้ำมัน 9,638 ล้านบาท และมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่มรวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมันอยู่ที่ 23.3 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

     นายบัณฑิต กล่าวเพิ่มเติมว่า “ภาพรวมธุรกิจกลุ่มไทยออยล์ในช่วง 3 เดือนหลังของปี คาดการณ์ว่า ยังอยู่ในระดับที่ดี เนื่องจากมีความต้องการใช้น้ำมันเพื่อทำความร้อนในช่วงฤดูหนาว และภาคการท่องเที่ยวที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบที่คาดการณ์ว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากประเทศซาอุดิอาระเบียและประเทศรัสเซียประกาศปรับลดกำลังการผลิตจนถึงสิ้นปี สำหรับธุรกิจอะโรเมติกส์คาดการณ์ว่า จะได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาว และความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม (PET) ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูท่องเที่ยวและเทศกาลปีใหม่ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่า ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานจะปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน เนื่องจากอุปทานลดลงจากการปิดตัวลงอย่างถาวรของโรงผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานกรุ๊ป 1 ในญี่ปุ่น ทั้งนี้ ไทยออยล์จะยังคงติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ตลาดที่ผันผวน เพื่อผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง”

สำหรับบรรณาธิการ

     ไทยออยล์เป็นผู้ประกอบธุรกิจการกลั่นและจำหน่ายนํ้ามันปิโตรเลียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นโรงกลั่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2504 โดยมีธุรกิจหลักคือ การกลั่นนํ้ามันปิโตรเลียม ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 275,000 บาร์เรลต่อวัน

     นอกจากนี้ ไทยออยล์มีระบบการบริหารจัดการที่มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ (Operational Excellence) โดยบริหารงานเป็นกลุ่มที่มีการเชื่อมโยงธุรกิจ ทั้งธุรกิจการกลั่นน้ำมัน ธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน โดยร่วมวางแผนการผลิตก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีต้นทุนต่ำ ขณะเดียวกันมีคุณภาพสูงในระดับโรงกลั่นชั้นนำ (Top quartile) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทำให้ได้เปรียบเชิงต้นทุนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนั้น ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องหลากหลาย เช่น ธุรกิจปิโตรเคมี ธุรกิจไฟฟ้า ธุรกิจสารทำละลาย ธุรกิจบริหารการขนส่ทางท่อ ธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด และธุรกิจ New S-Curve

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

กรกฏ  สุนทรวัฒน์ 

มือถือ  081 989 2292

 Email: Korakoj@thaioilgroup.com