คณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัทฯ ณ วันที่ 8 เมษายน 2569
ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 15 ท่าน
กรรมการอิสระ
ประธานกรรมการ
ประธานกรรมการ
คณะกรรมการบริษัทฯ ณ วันที่ 8 เมษายน 2569
ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 15 ท่าน
โครงการพัฒนาทักษะด้านกีฬาให้แก่เยาวชน
การปลูกฝังเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ และการต่อต้านการทุจริต ตั้งแต่เริ่มทำงานวันแรก โดยผนวกเนื้อหาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรปฐมนิเทศสำหรับพนักงานใหม่พร้อมกับส่งมอบคู่มือ CG ผ่านระบบ CG Reporting ส่งผลให้พนักงานใหม่ได้รับการสื่อสารข้อมูลและฝึกอบรม ครบร้อยละ 100
การจัดกิจกรรมมอบองค์ความรู้ให้กับลูกค้าทั้งในรูปแบบ Online และ On-Site ในหัวข้อต่างๆ อาทิ Fundamental of Refinery Process และ Business Overview & Refinery Overview เพื่อให้ลูกค้ามีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของภาพรวมธุรกิจของธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน และสถานการณ์ตลาดมากยิ่งขึ้น
การจัดกิจกรรม “Safety and Happy Hours” ให้กับพนักงานขับรถ ประจำปี 2567 เพื่อสร้างความตระหนักถึงความปลอดภัยในการเข้ารับผลิตภัณฑ์ ให้กับกลุ่มลูกค้าที่ปฏิบัติงานอยู่ที่สถานีจ่ายน้ำมัน ผู้ประสานงานขนส่ง เจ้าหน้าที่ห้องตั๋วและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
การจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผ่านโครงการ “Cultural Activity” ด้วยรูปแบบกิจกรรมที่เสริมสร้างการเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ของชาติ รวมถึงงานศิลปกรรม ร่วมกับลูกค้า ณ พิพิทธภัณฑ์เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เป็นกิจกรรมที่มีการเชิญวิทยากรภายนอกที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมมาให้ความรู้กับพนักงาน เช่น คุณกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร CEO of SCB 10X, นพ.ปิยะฤทธิ์ อิทธิชัยวงษ์ Head of Medical AI, CARIVA ผู้ก่อตั้ง PerceptorAI ระบบตรวจคนไข้, คุณภีศเดช เพชรน้อย CTO of BASE Playhouse ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบนวัตกรรม และนักออกแบบการเรียนรู้ และคุณกษิดิศ สตางค์มงคล (แอดทอย) เจ้าของเพจและเว็บไซต์ DataRockie เป็นต้น โดยในปี 2568 มีการจัดกิจกรรมทั้งหมด 4 ครั้ง โดยมีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ที่ 94 จาก 100 คะแนนเต็ม และในแต่ละครั้งมีพนักงานเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา
เป็นสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบ e – Mail รายเดือนเพื่อเพิ่มความรู้ทางด้าน BCG ซึ่งเป็นโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่ประกอบไปด้วยนโยบายการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจ 3 ระบบของรัฐบาลไทย ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) โดยมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง เช่น รถไฟฟ้า พลังงานไฮโดรเจน และนวัตกรรมในการลดโลกร้อนต่างๆ โดยในปี 2568 ภาพรวมความพึงพอใจอยู่ในระดับที่ดีมาก (97 จาก 100 คะแนนเต็ม)
การจัดกิจกรรม Workshop สำหรับผู้บริหาร เพื่อเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อนำไปสู่การสร้าง Innovation Culture Awareness ให้กับพนักงานในสายงาน/ ฝ่ายของตนเอง ผ่านพฤติกรรมหลัก “Lead to Innovation Culture” รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากวิทยากรภายนอกถึงแนวคิดการสร้างนวัตกรรม การสื่อสาร และการฝึกปฏิบัติการใช้พฤติกรรม i-LEAD as a Role Model
เพื่อพัฒนาครูผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงที่มีศักยภาพปฏิบัติหน้าที่ในฐานะครูผู้ช่วยสอนนักเรียนในระดับชั้นมัธยมต้น
โครงการ Teach for Thailand
กลุ่มไทยออยล์สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนที่จะเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงติดต่อกันเป็นปีที่ 6 ซึ่งในปี 2567 บริษัทฯ ได้สนับสนุนงบประมาณให้แก่ครูผู้สอนจำนวน 2 คน เพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นครูผู้ช่วยสอนสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-
3 ที่โรงเรียนวัดมโนรม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีพื้นที่ตั้งใกล้กับโรงกลั่น เป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งมีผลการประเมินการปฏิบัติงานเป็นที่น่าพอใจ ดังนี้
1. นักเรียนในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 489 คนในปีการศึกษา 2567
2. พัฒนาการด้านวิชาการ และคุณลักษณะนิสัย และทักษะที่จำเป็นของนักเรียนปรับเพิ่มขึ้น โดยคะแนนเฉลี่ย Post-test อยู่ที่ 28.51 คะแนน เมื่อเทียบกับคะแนนเฉลี่ย Pre-test ในภาคเรียนที่ 1 ที่ 27.57 คะแนน และพบว่า ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงสามารถสร้างและพัฒนาคุณลักษณะนิสัยของนักเรียน ทั้งด้านความพยายาม กรอบความคิดแบบเติบโต และการเป็นเจ้าของการเรียนรู้ เช่นเดียวกับการสร้างและพัฒนาทักษะที่จำเป็นของนักเรียน ซึ่งประกอบด้วยการคิดวิเคราะห์ ความร่วมมือ และการตระหนักรู้ในตนเอง
3. ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงนำเทคโนโลยีต่างๆ มาประยุกต์ใช้เป็นสื่อการสอน เช่น วีดิทัศน์ บอร์ดเกม โปรแกรมออนไลน์ เป็นต้น ส่งผลให้นักเรียนมีพัฒนาการและมีทัศนคติที่ดีต่อสาขาวิชาที่เรียนมากขึ้น โดยสามารถตอบคำถาม จำแนกตัวอย่าง และทำงานร่วมกันเป็นทีมกับเพื่อนในชั้นเรียนได้เป็นอย่างดี
4. นักเรียนส่วนใหญ่เล็งเห็นถึงความตั้งใจและพัฒนาการในการปฏิบัติงานอย่างมีนัยสำคัญของครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง
5. ผู้อำนวยการและบุคลากรในโรงเรียนมีความพึงพอใจต่อครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยมีคะแนนรวมความพึงพอใจ 9.1 คะแนนจาก 10 คะแนน และเล็งเห็นว่า ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงมีความรู้ ความสามารถ และลักษณะนิสัยที่เหมาะสมในการปฏิบัติงานในบริบทที่ท้าทาย ร้อยละ 92 นอกจากนั้น ยังมีการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนกันอย่างสม่ำเสมอ
เพื่อพัฒนาครูผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงที่มีศักยภาพปฏิบัติหน้าที่ในฐานะครูผู้ช่วยสอนนักเรียนในระดับชั้นประถมต้นและมัธยมต้น เพื่อยกระดับการเรียนการสอนและเพิ่มคุณภาพการศึกษาให้กับนักเรียน
โครงการ Teach for Thailand
กลุ่มไทยออยล์ ร่วมมือกับมูลนิธิ Teach for Thailand ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนและยกระดับคุณภาพนักเรียน คุณลักษณะนิสัย และทักษะที่จำเป็น มาตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งในปี 2568 ได้สนับสนุนให้มีครูผู้ช่วยสอนสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์จำนวน 2 อัตราให้แก่นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ที่โรงเรียนวัดมโนรม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งสิ้นสุดในเดือนตุลาคม และเริ่มสนับสนุนให้มีครูผู้ช่วยสอนสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์จำนวน 2 อัตราในเดือนพฤศจิกายน ให้แก่นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น ที่โรงเรียนวัดใหม่เนินพยอม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
โครงการสานอนาคตการศึกษา (CONNEXT ED) ร่วมกับกลุ่ม ปตท.
กลุ่มไทยออยล์ได้ดำเนินโครงการร่วมกับโรงเรียนจำนวน 10 แห่งในจังหวัดชลบุรีและฉะเชิงเทรา ผ่านการจัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy: CE) ควบคู่กับการจัดทำและส่งมอบสื่อการเรียนรู้และอุปกรณ์สำหรับการจัดการของเสียอย่างเหมาะสม เพื่อปลูกฝังแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการจัดการของเสียอย่างเป็นระบบให้แก่โรงเรียน นอกจากนี้ ยังได้มอบทุนการศึกษาแก่โรงเรียนในโครงการ เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy: CE) และสร้างองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องให้แก่ชุมชน
โครงการไทยออยล์สร้างชุมชนรักษ์โลก (Thaioil CE for Community Model)
เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy: CE) และสร้างองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องให้นักเรียนและเยาวชน
โครงการไทยออยล์ สร้างเยาวชนรักษ์โลก (Thaioil CE School Model)
กลุ่มไทยออยล์ดำเนินโครงการฯ มาตั้งแต่ปี 2565 เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการของเสียอย่างเป็นระบบสู่โรงเรียนรอบโรงกลั่น โดยปี 2568 ได้จัดทำสื่อความรู้ สนับสนุนอุปกรณ์คัดแยกขยะ และการอบรมโดยวิทยากรจากองค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก (อบก.) พร้อมทั้งจัดประกวดสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ เพื่อส่งเสริมการนำแนวคิด CE ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง และในปี 2568 ยังได้ขยายโครงการจาก 9 โรงเรียน เป็น 10 โรงเรียน โดยเพิ่มโรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3 อีก 1 แห่ง เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการจัดการของเสียอย่างเป็นระบบ และนำไปสู่การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าอย่างยั่งยืน
เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมกับเยาวชนให้เข้าใจระบบนิเวศอย่างถูกต้อง รวมถึงปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โครงการท่องนิเวศ ม. เกษตร – ไทยออยล์
กลุ่มไทยออยล์ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนรอบโรงกลั่น โดยนำเยาวชนเข้าศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ณ พื้นที่เขาน้ำซับ ใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา กิจกรรมดังกล่าวเป็นการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ ทั้งในห้องเรียนและการลงพื้นที่จริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ศึกษาองค์ความรู้เกี่ยวกับนิเวศป่าไม้ พืช สัตว์ป่า และความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตภายในระบบนิเวศ นอกจากนี้ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความตระหนักในปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะผลกระทบของขยะพลาสติกที่มีต่อธรรมชาติและระบบนิเวศ
โครงการเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม TOP GREEN X “เยาวชนคนกล้า ฟื้นฟูป่า สร้างคุณค่าขยะรีไซเคิล”
กลุ่มไทยออยล์ร่วมกับเทศบาลนครแหลมฉบังเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชน 10 ชุมชนรอบกลุ่มไทยออยล์ พร้อมด้วยนักเรียนโรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3 และนิสิตคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ การปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว การศึกษาความรู้เกี่ยวกับคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) การประดิษฐ์กระถางต้นไม้แบบ DIY จากวัสดุเหลือใช้ ตลอดจนการประกวดสื่อรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์
เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้กลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์
โครงการสนับสนุนกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ กลุ่มประมง
กลุ่มไทยออยล์ร่วมส่งเสริมการอนุรักษ์ทะเลไทย “ปล่อยปลาคืนสู่ธรรมชาติ สร้างสมดุลให้ท้องทะเล” กลุ่มประมงต้นแบบบ้านชุมชนอ่าวอุดม เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและสร้างความสมดุลให้ธรรมชาติ ด้วยการปล่อยพันธุ์ปลากะพงขาว จำนวน 3,000 ตัว ลงในกระชังเพาะเลี้ยง และท้องทะเลในพื้นที่ที่มีการวางซั้งและปะการังเทียม พร้อมกิจกรรมการสื่อสารให้ความรู้เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน
เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่เทศบาลนครแหลมฉบังและอำเภอศรีราชา และสนับสนุนเยาวชนให้มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองและสังคม เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต
โครงการด้านการศึกษา
กลุ่มไทยออยล์มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษาที่มีความประพฤติดี ขยันหมั่นเพียรในการศึกษาเล่าเรียน รวมถึงนักเรียนที่ขาดทุนทรัพย์ จำนวน 252 ทุน และกองทุนกลุ่มไทยออยล์เพื่อสถาบันการศึกษาให้แก่สถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครแหลมฉบังและอำเภอศรีราชา จำนวน 11 กองทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,900,000 บาท ซึ่งเป็นกิจกรรมที่กลุ่มไทยออยล์มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี
เพื่อส่งเสริมศักยภาพชุมชน ด้วยการสร้างอาชีพให้กับประชาชนทั่วไปในพื้นที่ศรีราชา ณ ศูนย์สุขภาพและการเรียนรู้กลุ่มไทยออยล์เพื่อชุมชน
โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน
กลุ่มไทยออยล์ดำเนินโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนในปี 2568 ดังนี้
1. โครงการผลิตภัณฑ์ชุมชนรอบโรงกลั่น เพื่อส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับ “วิสาหกิจชุมชนโลมาแหลมฉบัง” โดยได้เข้าร่วมโครงการ KU Green Connect: Enactus&SX Exploration เพื่อยกระดับองค์ความรู้ด้านการประกอบการและการตลาดพร้อมทั้งเป็นเวทีเผยแพร่วัฒนธรรมไทยและอัตลักษณ์ชุมชนแก่กลุ่มนิสิตนานาชาติของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนควบคู่กับการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
2. โครงการอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ พัฒนาศักยภาพกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโลมาแหลมฉบัง โดยจัดกิจกรรมเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนการดำเนินงาน ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรเนินกระบก ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 เพื่อเพิ่มองค์ความรู้ เพิ่มพูนประสบการณ์ และเสริมสร้างศักยภาพในการประกอบอาชีพ อันจะนำไปสู่ความเข้มแข็งและความยั่งยืนของชุมชน
เพื่อให้ชุมชนออกกำลังกายด้วยการเดิน – วิ่ง เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง และได้รับองค์ความรู้ด้านสุขภาพใหม่ๆ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับตนเองและครอบครัว
โครงการเดิน – วิ่ง 1 แสนกิโล
กลุ่มไทยออยล์เชิญชวนประชาชนในชุมชนรอบโรงกลั่นมาออกกำลังกายด้วยการเดิน – วิ่งและร่วมกันสะสมระยะทาง โดยการบันทึกข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน “นับก้าว” ให้ได้ระยะทางรวม 100,000 กิโลเมตร โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม 175 คน และมีการนัดหมายเพื่อติดตามผลที่ศูนย์สุขภาพและการเรียนรู้กลุ่มไทยออยล์เพื่อชุมชนรวม 2 ครั้ง