คณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัทฯ ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569
ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 15 ท่าน
กรรมการอิสระ
ประธานกรรมการ
ประธานกรรมการ
คณะกรรมการบริษัทฯ ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569
ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 15 ท่าน
การปลูกฝังเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ และการต่อต้านการทุจริต ตั้งแต่เริ่มทำงานวันแรก โดยผนวกเนื้อหาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรปฐมนิเทศสำหรับพนักงานใหม่พร้อมกับส่งมอบคู่มือ CG ผ่านระบบ CG Reporting ส่งผลให้พนักงานใหม่ได้รับการสื่อสารข้อมูลและฝึกอบรม ครบร้อยละ 100
การจัดกิจกรรมมอบองค์ความรู้ให้กับลูกค้าทั้งในรูปแบบ Online และ On-Site ในหัวข้อต่างๆ อาทิ Fundamental of Refinery Process และ Business Overview & Refinery Overview เพื่อให้ลูกค้ามีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของภาพรวมธุรกิจของธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน และสถานการณ์ตลาดมากยิ่งขึ้น
การจัดกิจกรรม “Safety and Happy Hours” ให้กับพนักงานขับรถ ประจำปี 2567 เพื่อสร้างความตระหนักถึงความปลอดภัยในการเข้ารับผลิตภัณฑ์ ให้กับกลุ่มลูกค้าที่ปฏิบัติงานอยู่ที่สถานีจ่ายน้ำมัน ผู้ประสานงานขนส่ง เจ้าหน้าที่ห้องตั๋วและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
การจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผ่านโครงการ “Cultural Activity” ด้วยรูปแบบกิจกรรมที่เสริมสร้างการเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ของชาติ รวมถึงงานศิลปกรรม ร่วมกับลูกค้า ณ พิพิทธภัณฑ์เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เป็นสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบ e – Mail รายเดือนเพื่อเพิ่มความรู้ทางด้าน BCG ซึ่งเป็นโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่ประกอบไปด้วยนโยบายการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจ 3 ระบบของรัฐบาลไทย ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) โดยมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง เช่น รถไฟฟ้า พลังงานไฮโดรเจน และนวัตกรรมในการลดโลกร้อนต่าง ๆ โดยในปี 2567 ภาพรวมความพึงพอใจอยู่ในระดับที่ดีมาก (97 จาก 100 คะแนนเต็ม)
เป็นสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e – Mail) รายสัปดาห์ ส่งให้แก่พนักงานทุกคนในกลุ่มไทยออยล์ โดยมีเนื้อหาที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ความคิดนอกกรอบ และกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) เพื่อบ่มเพาะคุณสมบัติต่างๆ ที่นวัตกรพึงมีและสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของนวัตกรรมในยุคปัจจุบัน รวมถึงการให้ข้อมูลเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยในปี 2567 มีการเผยแพร่บทความ TOP Innovation e-Newsletter ทั้งหมด 39 ฉบับ มียอดผู้อ่านบทความรวมกว่า 24,707 ครั้ง โดยได้คะแนนความพึงพอใจจากผู้อ่านอยู่ในระดับดีมาก (97 จาก 100 คะแนนเต็ม)
การจัดกิจกรรม Workshop สำหรับผู้บริหาร เพื่อเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อนำไปสู่การสร้าง Innovation Culture Awareness ให้กับพนักงานในสายงาน/ ฝ่ายของตนเอง ผ่านพฤติกรรมหลัก “Lead to Innovation Culture” รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากวิทยากรภายนอกถึงแนวคิดการสร้างนวัตกรรม การสื่อสาร และการฝึกปฏิบัติการใช้พฤติกรรม i-LEAD as a Role Model
เพื่อพัฒนาครูผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงที่มีศักยภาพปฏิบัติหน้าที่ในฐานะครูผู้ช่วยสอนนักเรียนในระดับชั้นมัธยมต้น
โครงการ Teach for Thailand
กลุ่มไทยออยล์สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนที่จะเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงติดต่อกันเป็นปีที่ 6 ซึ่งในปี 2567 บริษัทฯ ได้สนับสนุนงบประมาณให้แก่ครูผู้สอนจำนวน 2 คน เพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นครูผู้ช่วยสอนสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-
3 ที่โรงเรียนวัดมโนรม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีพื้นที่ตั้งใกล้กับโรงกลั่น เป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งมีผลการประเมินการปฏิบัติงานเป็นที่น่าพอใจ ดังนี้
1. นักเรียนในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 489 คนในปีการศึกษา 2567
2. พัฒนาการด้านวิชาการ และคุณลักษณะนิสัย และทักษะที่จำเป็นของนักเรียนปรับเพิ่มขึ้น โดยคะแนนเฉลี่ย Post-test อยู่ที่ 28.51 คะแนน เมื่อเทียบกับคะแนนเฉลี่ย Pre-test ในภาคเรียนที่ 1 ที่ 27.57 คะแนน และพบว่า ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงสามารถสร้างและพัฒนาคุณลักษณะนิสัยของนักเรียน ทั้งด้านความพยายาม กรอบความคิดแบบเติบโต และการเป็นเจ้าของการเรียนรู้ เช่นเดียวกับการสร้างและพัฒนาทักษะที่จำเป็นของนักเรียน ซึ่งประกอบด้วยการคิดวิเคราะห์ ความร่วมมือ และการตระหนักรู้ในตนเอง
3. ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงนำเทคโนโลยีต่างๆ มาประยุกต์ใช้เป็นสื่อการสอน เช่น วีดิทัศน์ บอร์ดเกม โปรแกรมออนไลน์ เป็นต้น ส่งผลให้นักเรียนมีพัฒนาการและมีทัศนคติที่ดีต่อสาขาวิชาที่เรียนมากขึ้น โดยสามารถตอบคำถาม จำแนกตัวอย่าง และทำงานร่วมกันเป็นทีมกับเพื่อนในชั้นเรียนได้เป็นอย่างดี
4. นักเรียนส่วนใหญ่เล็งเห็นถึงความตั้งใจและพัฒนาการในการปฏิบัติงานอย่างมีนัยสำคัญของครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง
5. ผู้อำนวยการและบุคลากรในโรงเรียนมีความพึงพอใจต่อครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยมีคะแนนรวมความพึงพอใจ 9.1 คะแนนจาก 10 คะแนน และเล็งเห็นว่า ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงมีความรู้ ความสามารถ และลักษณะนิสัยที่เหมาะสมในการปฏิบัติงานในบริบทที่ท้าทาย ร้อยละ 92 นอกจากนั้น ยังมีการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนกันอย่างสม่ำเสมอ
เพื่อสนับสนุนด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำในภาคการศึกษา และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการศึกษาของประเทศผ่านการแลกเปลี่ยน เรียนรู้และวางแผนพัฒนาโรงเรียนร่วมกับผู้บริหารโรงเรียน
โครงการส่งเสริมด้านการศึกษา (PTT Group Model School) และโครงการสานอนาคตการศึกษา (CONNEXT ED)
กลุ่มไทยออยล์ดำเนินกิจกรรม ภายใต้โครงการ PTT Group Model School และ CONNEXT ED ในปี 2567 ดังนี้
1. โครงการเตรียมความพร้อมสู่ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) พื่อส่งเสริมการเรียนรู้ การให้ความรู้แก่เยาวชนให้เข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things) และสนับสนุนให้เยาวชนเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยี ผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีต่อการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และวัฒนธรรม รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนรุ่นใหม่ในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาต่อยอดเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และ IoT ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศในอนาคต โดยมีโรงเรียนภายใต้โครงการ CONNEXT ED ของกลุ่ม ปตท. เข้าร่วมกิจกรรม 2 แห่ง และมีครูผู้สอน 2 คน และนักเรียน 6 คน เข้าร่วมโครงการฯ
2. โครงการจิตอาสากลุ่มไทยออยล์ โดยนำพนักงานจิตอาสาไปบรรยายให้ความรู้ด้านการคัดแยกขยะ และคลินิกฟุตบอล ฟุตซอล เทเบิลเทนนิส และวอลเลย์บอล ให้แก่นักเรียนในชุมชนรอบโรงกลั่น
เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวของประเทศไทย และเป็นการสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการเพิ่มแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ชุมชนในพื้นที่รอบแปลงปลูกป่า
โครงการปลูกป่า เพื่อประโยชน์ทางคาร์บอนเครดิต
กลุ่มไทยออยล์ดำเนินโครงการปลูกป่า เพื่อประโยชน์ทางคาร์บอนเครดิต จำนวน 8,656.22 ไร่ โดยแบ่งออกเป็น
1. การปลูกป่า จำนวน 8,300 ไร่ในจังหวัดแพร่ ร่วมกับกรมป่าไม้
2. การปลูกป่าชายเลน จำนวน 356.22 ไร่ในจังหวัดตรังและจังหวัดชลบุรี ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
ซึ่งคาดว่า จะสามารถกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 88,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ตลอดระยะเวลาโครงการ 10 ปี และช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพจากการคัดเลือกชนิดไม้พื้นถิ่นเข้ามาปลูกเพิ่มเติมในพื้นที่แปลงปลูกป่า
ทั้งนี้ กลุ่มไทยออยล์ได้สนับสนุนการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน 4 แห่ง เพื่อดำเนินการปลูกและบำรุงรักษาป่า ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้และสนับสนุนเศรษฐกิจในพื้นที่ ทั้งยังให้การสนับสนุนองค์ความรู้ในการอนุรักษ์ผืนป่า นอกจากนั้น ยังมีการสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการต่อยอดอาชีพ ตลอดจนให้การสนับสนุนด้านการศึกษา ด้านสังคมและวัฒนธรรมอีกด้วย
เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์พลังงาน และสิ่งแวดล้อมให้แก่พนักงานและสร้างนิสัยที่ดีในการอยู่ร่วมกันในองค์กร
โครงการ Thaioil CE WE GO รณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน
กลุ่มไทยออยล์ได้ดำเนินกิจกรรมภายใต้ โครงการ Thaioil CE WE GO ในปี 2567 ดังนี้
1. จัดอบรมการฝึกอบรมสำนักงานสีเขียว (Green Office) สำหรับพื้นที่อาคารออดิทอเรียม และศูนย์สุขภาพและการเรียนรู้กลุ่มไทยออยล์เพื่อชุมชน จำนวน 2 ครั้ง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการขึ้นทะเบียนโครงการสำนักงานสีเขียว (Green Office) กับกรมควบคุมมลพิษ ในปี 2568 ให้กับศูนย์สุขภาพและการเรียนรู้กลุ่มไทยออยล์เพื่อชุมชน และอาคารออดิทอเรียม โรงกลั่นไทยออยล์
2. จัดกิจกรรมนำผู้แทนครัวเรือนนำร่อง 10 ครัวเรือนและคณะกรรมการชุมชนบ้านนาเก่าไปเยี่ยมชมการดำเนินโครงการชุมชนต้นแบบการจัดการขยะในจังหวัดระยอง
เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy: CE) และสร้างองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องให้นักเรียนและเยาวชน
โครงการไทยออยล์ สร้างเยาวชนรักษ์โลก (Thaioil CE School Model)
กลุ่มไทยออยล์ดำเนินโครงการฯ มาตั้งแต่ปี 2565 เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการของเสียอย่างเป็นระบบสู่โรงเรียนรอบโรงกลั่น โดยปี 2568 ได้จัดทำสื่อความรู้ สนับสนุนอุปกรณ์คัดแยกขยะ และการอบรมโดยวิทยากรจากองค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก (อบก.) พร้อมทั้งจัดประกวดสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ เพื่อส่งเสริมการนำแนวคิด CE ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง และในปี 2568 ยังได้ขยายโครงการจาก 9 โรงเรียน เป็น 10 โรงเรียน โดยเพิ่มโรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3 อีก 1 แห่ง เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการจัดการของเสียอย่างเป็นระบบ และนำไปสู่การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าอย่างยั่งยืน
เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมกับเยาวชนให้เข้าใจระบบนิเวศอย่างถูกต้อง รวมถึงปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โครงการท่องนิเวศ ม. เกษตร – ไทยออยล์
กลุ่มไทยออยล์ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนรอบโรงกลั่น โดยนำเยาวชนเข้าศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ณ พื้นที่เขาน้ำซับ ใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา กิจกรรมดังกล่าวเป็นการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ ทั้งในห้องเรียนและการลงพื้นที่จริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ศึกษาองค์ความรู้เกี่ยวกับนิเวศป่าไม้ พืช สัตว์ป่า และความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตภายในระบบนิเวศ นอกจากนี้ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความตระหนักในปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะผลกระทบของขยะพลาสติกที่มีต่อธรรมชาติและระบบนิเวศ
โครงการเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม TOP GREEN X “เยาวชนคนกล้า ฟื้นฟูป่า สร้างคุณค่าขยะรีไซเคิล”
กลุ่มไทยออยล์ร่วมกับเทศบาลนครแหลมฉบังเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชน 10 ชุมชนรอบกลุ่มไทยออยล์ พร้อมด้วยนักเรียนโรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3 และนิสิตคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ การปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว การศึกษาความรู้เกี่ยวกับคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) การประดิษฐ์กระถางต้นไม้แบบ DIY จากวัสดุเหลือใช้ ตลอดจนการประกวดสื่อรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์
เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้กลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์
โครงการสนับสนุนกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ กลุ่มประมง
กลุ่มไทยออยล์ร่วมส่งเสริมการอนุรักษ์ทะเลไทย “ปล่อยปลาคืนสู่ธรรมชาติ สร้างสมดุลให้ท้องทะเล” กลุ่มประมงต้นแบบบ้านชุมชนอ่าวอุดม เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและสร้างความสมดุลให้ธรรมชาติ ด้วยการปล่อยพันธุ์ปลากะพงขาว จำนวน 3,000 ตัว ลงในกระชังเพาะเลี้ยง และท้องทะเลในพื้นที่ที่มีการวางซั้งและปะการังเทียม พร้อมกิจกรรมการสื่อสารให้ความรู้เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน
เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่เทศบาลนครแหลมฉบังและอำเภอศรีราชา และสนับสนุนเยาวชนให้มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองและสังคม เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต
โครงการด้านการศึกษา
กลุ่มไทยออยล์มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษาที่มีความประพฤติดี ขยันหมั่นเพียรในการศึกษาเล่าเรียน รวมถึงนักเรียนที่ขาดทุนทรัพย์ จำนวน 252 ทุน และกองทุนกลุ่มไทยออยล์เพื่อสถาบันการศึกษาให้แก่สถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครแหลมฉบังและอำเภอศรีราชา จำนวน 11 กองทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,900,000 บาท ซึ่งเป็นกิจกรรมที่กลุ่มไทยออยล์มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี
เพื่อส่งเสริมศักยภาพชุมชน ด้วยการสร้างอาชีพให้กับประชาชนทั่วไปในพื้นที่ศรีราชา ณ ศูนย์สุขภาพและการเรียนรู้กลุ่มไทยออยล์เพื่อชุมชน
โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน
กลุ่มไทยออยล์ดำเนินโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนในปี 2568 ดังนี้
1. โครงการผลิตภัณฑ์ชุมชนรอบโรงกลั่น เพื่อส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับ “วิสาหกิจชุมชนโลมาแหลมฉบัง” โดยได้เข้าร่วมโครงการ KU Green Connect: Enactus&SX Exploration เพื่อยกระดับองค์ความรู้ด้านการประกอบการและการตลาดพร้อมทั้งเป็นเวทีเผยแพร่วัฒนธรรมไทยและอัตลักษณ์ชุมชนแก่กลุ่มนิสิตนานาชาติของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนควบคู่กับการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
2. โครงการอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ พัฒนาศักยภาพกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโลมาแหลมฉบัง โดยจัดกิจกรรมเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนการดำเนินงาน ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรเนินกระบก ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 เพื่อเพิ่มองค์ความรู้ เพิ่มพูนประสบการณ์ และเสริมสร้างศักยภาพในการประกอบอาชีพ อันจะนำไปสู่ความเข้มแข็งและความยั่งยืนของชุมชน
เพื่อให้ชุมชนออกกำลังกายด้วยการเดิน – วิ่ง เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง และได้รับองค์ความรู้ด้านสุขภาพใหม่ๆ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับตนเองและครอบครัว
โครงการเดิน – วิ่ง 1 แสนกิโล
กลุ่มไทยออยล์เชิญชวนประชาชนในชุมชนรอบโรงกลั่นมาออกกำลังกายด้วยการเดิน – วิ่งและร่วมกันสะสมระยะทาง โดยการบันทึกข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน “นับก้าว” ให้ได้ระยะทางรวม 100,000 กิโลเมตร โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม 175 คน และมีการนัดหมายเพื่อติดตามผลที่ศูนย์สุขภาพและการเรียนรู้กลุ่มไทยออยล์เพื่อชุมชนรวม 2 ครั้ง
เพื่อส่งเสริมสุขภาพในช่องปากของนักเรียน
โครงการส่งเสริมทันตสุขภาพรอบกลุ่มไทยออยล์
กลุ่มไทยออยล์ให้บริการทันตกรรม ตรวจสุขภาพช่องปาก อุดฟัน ถอนฟัน เคลือบหลุมร่องฟัน เคลือบฟลูออไรด์ ขูดหินปูน และส่งเสริมป้องกันฟันผุ เพื่อส่งเสริมสุขภาพในช่องปากให้แก่นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 จำนวน 5,500 รายที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนรอบโรงกลั่นทั้ง 8 แห่ง
เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉิน ร่วมกับกลุ่ม ปตท.
ไทยออยล์ร่วมมือกับบริษัทในกลุ่ม ปตท. ช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ และสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ในประเทศ
กลุ่มไทยออยล์ร่วมกับกลุ่ม ปตท. สนับสนุนความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทั่วประเทศอย่างทันท่วงที โดยได้มีการสนับสนุนถุงยังชีพ เครื่องดื่ม และน้ำดื่ม ให้แก่เหตุการณ์ ดังนี้
1. เจ้าหน้าที่กู้ภัยเหตุอาคารสำนักงาน สตง.
2. ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา
3. ประสบอุทกภัยจากอิทธิพลของพายุ “วิภา” ในพื้นที่ จ.น่าน
4. ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี
5. ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้
พัฒนาวัฒนธรรมจิตอาสา โดยเน้นการมีส่วนร่วมและการพัฒนาโครงการด้วยความสามารถของพนักงานให้สอดคล้องกับ ทิศทางการดำเนินงานเพื่อสังคมของบริษัทฯ
กลุ่มไทยออยล์มุ่งมั่นที่จะกระตุ้นและปลูกฝังให้พนักงานมีจิตอาสาตามค่านิยมองค์กรหัวข้อ “ความรับผิดชอบต่อสังคม” (Social Responsibility) จึงได้ดำเนินโครงการ “คุณริเริ่ม…เราเติมเต็ม” เพื่อเชิญชวนให้ผู้บริหาร พนักงานและพนักงานผู้รับเหมาเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม
1. ประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการฯ ในเดือนเมษายน 2568
2. พนักงานดำเนินโครงการฯ ภายใต้กรอบ 1) ด้านสุขภาพ/กีฬา 2) ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม 3) ด้านการศึกษา 4) ด้านสังคมและวัฒนธรรม ในช่วงระหว่างเดือน พฤษภาคม ถึง เดือนพฤศจิกายน 2568
3. บริษัทฯ สนับสนุนงบประมาณสำหรับดำเนินกิจกรรมจิตอาสา 20,000 บาทต่อฝ่าย
ในปี 2568 กลุ่มไทยออยล์ดำเนินโครงการภายใต้แนวคิด “Team Spirit for All” โดยเชิญชวนผู้บริหาร พนักงาน และพนักงานผู้รับเหมาร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมตามความรู้และความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่าย พร้อมสนับสนุนงบประมาณฝ่ายละ 20,000 บาทสำหรับค่าวัสดุและอุปกรณ์ โดยมี 36 ฝ่ายงานเข้าร่วม มากกว่า 1,170 คน และดำเนินกิจกรรมรวม 25 กิจกรรม ครอบคลุมหลายมิติ ทั้งการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค การถ่ายทอดองค์ความรู้การทำผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม อาทิ การซ่อมแซมไฟฟ้าและสถานที่ การจัดทำเวชภัณฑ์และงานฝีมือเพื่อชุมชน ตลอดจนกิจกรรมดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เช่น เก็บขยะชายหาด เสริมแหล่งอาหาร และปรับภูมิทัศน์ เพื่อเสริมสร้างประโยชน์ต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
1. ศึกษาศักยภาพของพื้นที่เป้าหมาย โดยใช้ความรู้ความสามารถของวิศกรไทยออยล์
2. จัดทำรายงานความเป็นไปได้ (Feasibility Study Report) และความคุ้มค่าทางการลงทุน ผลตอบแทนทางสังคม (SROI)
3. ขออนุมัติการดำเนินโครงการและงบประมาณ
4. คัดเลือกผู้รับเหมาและดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่หน่วยงานสาธารณสุขและสถานศึกษาที่ผ่านการประเมิน
5. ตรวจสอบระบบให้มีประสิทธิภาพ ถ่ายทอดความรู้การดูแลระบบ และส่งมอบโครงการฯ
6. ติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง พร้อมขอใบอนุญาต (ในกรณีที่เป็นระบบที่มีการเชื่อมต่อกับระบบสายส่งของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค)
ในปี 2568 กลุ่มไทยออยล์มีการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่โรงพยาบาล จำนวน 1 แห่ง ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 2 แห่ง และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนจำนวน 4 แห่งในจังหวัดตาก รวมกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า 122.1 กิโลวัตต์ ซึ่งสร้างผลประหยัดเป็นมูลค่ารวม 1.3 ล้านบาทต่อปี โดยนำผลประหยัดที่ได้จากค่ากระแสไฟฟ้าที่ลดลงไปจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ รวมทั้งสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล นอกจากนี้ ยังสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่า 83 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี
เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพ
ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์น้ำมันดิบไหลสู่ทะเล บริเวณทุ่นผูกเรือกลางทะเล (SBM – 2) บริษัทฯ ได้ดำเนินการเพื่อลดผลกระทบให้แก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน รวมถึงฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล และความหลากหลายทางชีวภาพ เศรษฐกิจท้องถิ่นในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
1. ตรวจวัดและติดตามการตรวจวัดค่าคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเล
2. จัดตั้งคณะทำงานฟื้นฟู เพื่อจัดทำแผนฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงสัตว์ทะเล และความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง
1. เพื่อให้เยาวชนได้ออกกำลังกาย มีสุขภาพแข็งแรง เพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูกและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจในอนาคต
2. ส่งเสริมให้เยาวชนออกกำลังกายด้วยกีฬากระโดดเชือก เพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
กลุ่มไทยออยล์ดำเนินโครงการสร้างเด็กแหลมฉบังเป็นแชมป์กระโดดเชือก โดยร่วมกับมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชชูปถัมภ์ เพื่อสนับสนุนเยาวชนทั้ง 8 โรงเรียนในพื้นที่เทศบาลนครแหลมฉบัง ออกกำลังกายด้วยกีฬากระโดดเชือก มาตั้งแต่ปี 2554 นอกจากนี้ ยังได้เข้าร่วมการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานกับสมาคมกีฬาจัมพ์โร้ปไทย เพื่อสร้างชื่อให้โรงเรียนและเทศบาลนครแหลมฉบัง
1. จัดประชุมร่วมกับผู้อำนวยการและคุณครูผู้ฝึกสอนกีฬาพลศึกษาของโรงเรียนรอบโรงกลั่นทั้ง 8 แห่งในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง ประกอบด้วยโรงเรียนวัดใหม่เนินพยอม โรงเรียนวัดมโนรม โรงเรียนวัดแหลมฉบัง โรงเรียนบ้านชากยายจีน โรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 1 โรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 2 โรงเรียนวัดบ้านนา (ฟินวิทยาคม) และโรงเรียนบุญจิตวิทยา
2. วางแผนโครงการ พร้อมขออนุมัติงบประมาณในการดำเนินการ
3. ดำเนินการจัดค่ายฝึกทักษะพัฒนาศักยภาพนักกีฬากระโดดเชือก เพื่อคัดเลือกนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานระดับประเทศ
4. สร้างนักกีฬาหน้าใหม่ เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬากระโดดเชือก เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนและเทศบาลนครแหลมฉบัง
1.จัดการแข่งขัน “Thaioil NexGen Jump Rope Tournament ประจำปี 2568” ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 24-28 กุมภาพันธ์ 2568 “สร้างนักกีฬาหน้าใหม่ สู่แชมป์กระโดดเชือก” ค้นหานักกีฬาเพื่อเตรียมเข้าแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานประเภทมือใหม่ ประจำปี 2568
2. นักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกระโดดเชือกชิงถ้วยพระราชทานประเภทมือใหม่ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 7-8 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์กีฬาประชานิเวศน์ กรุงเทพมหานคร ได้รับเหรียญทองจำนวน 14 เหรียญ เหรียญเงินจำนวน 12 เหรียญ และเหรียญทองแดงจำนวน 11 เหรียญ นอกจากนี้ โรงเรียนบุญจิตวิทยายังได้รับถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จำนวน 3 ถ้วย และโรงเรียนวัดใหม่เนินพยอม ได้รับถ้วยพระราชทาน จำนวน 1 ถ้วย และทั้ง 2 โรงเรียนได้รางวัลทีมรองชนะเลิศคะแนนรวมสูงสุด
3. โครงการพัฒนาทักษะนักกีฬาสู่แชมป์กระโดดเชือก ประจำปี 2568 เพื่อคัดเลือกและฝึกซ้อมนักกีฬากระโดดเชือกจากโรงเรียนรอบโรงกลั่น 8 แห่งที่จะเข้าร่วมการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานระดับประเทศ
4. นักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬากระโดดเชือกชิงถ้วยพระราชทาน ครั้งที่ 16 ประจำปี 2568 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 16 พฤศจิกายน 2568 ณ อาคารโรงยิมเนเซียม อบจ.นนทบุรี เพื่อให้เยาวชนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและสนับสนุนการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ได้ส่งนักกีฬากระโดดเชือกเข้าร่วมทั้งหมด 2 ทีม ได้แก่ Thaioil Jump Rope และ Thaioil New Wave และได้รับถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จำนวน 1 ถ้วย มีเยาวชนเข้าร่วมกว่า 60 คน
5. นักกีฬากระโดดเชือกแหลมฉบังได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬากระโดดเชือกระดับนานาชาติ ในการแข่งขัน รายการ 9th KOREA OPEN ROPE SKIPPING CHAMPIONSHIP ประเทศเกาหลี และ การแข่งขันรายการ UJR World Championship and World Cup ประจำปี 2568 ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงได้เข้าร่วมการแข่งขันระดับโลก World Jump Rope Championships ประจำปี 2568 ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งการเข้าร่วมในแต่ละครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยและพื้นที่ชุมชนรอบโรงกลั่นเป็นอย่างมาก
ปรับปรุงซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ของระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) ที่บริษัทฯ ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน หรือ ที่เรียกว่า SAP ECC ให้ยังคงสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงระบบ ERP ไปสู่ SAP S/4 HANA ในปี พ.ศ. 2570 (ค.ศ. 2027)
พัฒนาระบบประมวลผลข้อมูลการซ่อมบำรุงอุปกรณ์เครื่องจักรที่สำคัญในกระบวนการผลิตของกลุ่มไทยออยล์ เพื่อใช้ทำนายโอกาสที่อุปกรณ์เครื่องจักรเหล่านั้นจะเกิดความเสียหายและหาทางป้องกันล่วงหน้า เพื่อไม่ไห้เกิดเหตุการณ์ Unplan Shutdown และ Unplan Maintenance ต่างๆ และลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้
TOPNEXT ได้ซื้อหุ้นจำนวน 60% ในJSKEM เพื่อขยายธุรกิจด้านจัดจำหน่ายสารทำละลายและเคมีภัณฑ์ในประเทศสิงคโปร์ และอินเดีย ก่อตั้งเมื่อปี 2021
TOPNEXT (TX) ได้ซื้อหุ้นจำนวน 67% ใน PT. Tirta Surya Raya ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2019 เป็นบริษัทผู้จัดจำหน่ายสารทำละลายและเคมีภัณฑ์ในประเทศอินโดนีเซีย โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง Tangerang ประเทศอินโดนีเซีย
TOP Solvent Myanmar (TSMM) ปี พ.ศ.2560 บริษัทฯได้จัดตั้งสำนักงานตัวแทน ในประเทศเมียนมา ภายใต้ชื่อ TOP Solvent Company Limited (Myanmar Representative Office) เป็นตัวแทนบริษัทฯ ในการติดต่อประสานงานกับลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อจำหน่ายสินค้า Petroleum และเคมีภัณฑ์ พร้อมทั้งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
มีบริษัท ท็อป เน็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง เป็นผู้ผลิตสารทำละลายไฮโดรคาร์บอนคุณภาพสูง สำหรับอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ ได้แก่ อุตสาหกรรมสี, ยางรถยนต์, กาว, น้ำมันพืช, โฟม, พลาสติก, เหมืองทองแดง เป็นต้น
Adding {{itemName}} to cart
Added {{itemName}} to cart