การกำกับดูแลกิจการ
ความท้าทาย ความเสี่ยง
และผลกระทบ
กลุ่มไทยออยล์เดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก ควบคู่กับการแสวงหาโอกาสในธุรกิจใหม่ที่มีมูลค่าสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงและยืดหยุ่นรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต กลุ่มไทยออยล์จึงเผชิญกับความท้าทายด้านการกำกับดูแลกิจการที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ทั้งจากกฎหมายและข้อบังคับของแต่ละประเทศ การร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่หลากหลาย รวมถึงความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว กลุ่มไทยออยล์ตระหนักดีว่าการดำเนินงานภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มุ่งมั่นการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว การดำเนินงานอย่างโปร่งใสจะช่วยเสริมความไว้วางใจและสร้างโอกาสในการร่วมลงทุนหรือขยายพันธมิตรทางธุรกิจ
ในทางกลับกัน หากไม่สามารถกำกับดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนผลกระทบทางด้านการปฏิบัติที่สอดคล้องกับกฎหมาย บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างการกำกับดูแลตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านการกำกับดูแลกิจการ การทุจริต และส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและยั่งยืน
ความมุ่งมั่น และเป้าหมาย
กลุ่มไทยออยล์เชื่อมั่นว่าการบริหารจัดการธุรกิจโดยยึดถือหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมธุรกิจ เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความสุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้
แนวทางการบริหารจัดการ
แนวทางการบริหารจัดการ
กลุ่มไทยออยล์ยึดถือแนวปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีในการดำเนินธุรกิจ เป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเป็นธรรมโปร่งใส และเสริมสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพ อันเป็นหัวใจที่นำไปสู่ความสำเร็จและการเติบโตอย่างยั่งยืน
โปร่งใส และเสริมสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพ อันเป็นหัวใจที่นำไปสู่ความสำเร็จและการเติบโตอย่างยั่งยืน
โครงสร้างและองค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทฯ
คณะกรรมการบริษัทฯ
องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทฯ
คุณสมบัติของคณะกรรมการบริษัทฯ
ประกอบด้วยบุคคลที่มีความสามารถ ได้รับความเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป และต้องมีความหลากหลายทั้งในทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประกอบด้วย ด้านพลังงาน /ปิโตรเลียม/ปิโตรเคมี ด้านวิศวกรรมศาสตร์ ด้านบัญชี/การเงิน ด้านกฎหมาย/นิติศาสตร์ ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านรัฐศาสตร์/สังคมศาสตร์ ด้านความมั่นคง ด้านเทคโลยีสารสนเทศและดิจิทัล ด้านบริหารธุรกิจ/บริหารองค์กร/กำกับดูแลกิจการ ด้านวิทยาศาสตร์/นวัตกรรม/สิ่งแวดล้อม โดยประกอบด้วยผู้มีความรู้ในธุรกิจของบริษัทฯ อย่างน้อย 3 คน ด้านกฎหมายอย่างน้อย 1 คน และด้านบัญชีการเงินอย่างน้อย 1 คน รวมถึงมีการจัดทำตารางแสดงทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญของคณะกรรมการบริษัทฯ (Board Skill Matrix)
กระบวนการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการบริษัทฯ
กระบวนการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการบริษัทฯ และนโยบายความหลากหลายของคณะกรรมการบริษัทฯ กลุ่มไทยออยล์กำหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกและกระบวนการแต่งตั้งกรรมการที่เป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องตามข้อมูลที่ปรากฏในคู่มือ CG โดยมีนโยบายความหลากหลายในการสรรหากรรมการที่ต้องมีคุณสมบัติที่สอดคล้องตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยพิจารณาจากประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถที่จะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มไทยออยล์ และไม่นำความแตกต่างทางเพศ เผ่าพันธุ์ เชื้อชาติ สัญชาติ หรือถิ่นกำเนิด มาเป็นข้อจำกัดด้านคุณสมบัติ รวมถึงพิจารณาความหลากหลายของความเชี่ยวชาญในภาพรวม โดยได้จัดทำ Board Skill Matrix สำหรับใช้ประกอบการพิจารณา เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญที่หลากหลายและสอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มไทยออยล์ รวมถึงมีการค้นหารายชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจากบัญชีรายชื่อคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (Directors’ Pool) และบัญชีรายชื่อกรรมการอาชีพในทำเนียบ IOD (IOD Chartered Director) ซึ่งเป็นบัญชีที่รวบรวมรายชื่อบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ โดยคณะกรรมการบริษัทฯ ซึ่งประกอบด้วยบุคคลที่มีความสามารถ เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปจะได้รับการเลือกตั้งจากผู้ถือหุ้นในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี โดยในทุกปีจะมีกรรมการออกจากตำแหน่งตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับบริษัทฯ และกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งสามารถได้รับการเสนอชื่อและเลือกให้กลับเข้ามารับตำแหน่งอีกได้โดยกรรมการ แต่ละรายได้รับการเลือกตั้งเป็นรายบุคคลและต้องได้คะแนนเสียงเห็นชอบเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและออกเสียงลงคะแนน
การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ
คณะกรรมการบริษัทฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน เพื่อทำหน้าที่พิจารณาทบทวนและเสนอรูปแบบ ตลอดจนพิจารณาค่าตอบแทนให้เหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบของกรรมการ ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ สภาพเศรษฐกิจโดยรวม และเทียบเคียงกับบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน เป็นต้น เพื่อให้ค่าตอบแทนอยู่ในระดับที่สามารถจูงใจ จากนั้น จึงนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป
คุณสมบัติกรรมการอิสระ
กลุ่มไทยออยล์ได้กำหนดคุณสมบัติของกรรมการอิสระไว้อย่างชัดเจนสอดคล้องและเข้มกว่าที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน และเกณฑ์การประเมินด้านความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) หรือ MSCI (Morgan Stanley Capital International) Index กำหนด นอกจากนี้ บริษัทฯ กำหนดให้กรรมการอิสระจะต้องมีความเป็นอิสระจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกลุ่มของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และผู้บริหารของบริษัทฯ ที่มีความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลทางการเงินและทางธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงธุรกิจอื่นอย่างเพียงพอ เพื่อแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีในการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นรายย่อย และสามารถเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ อย่างสม่ำเสมอ
รายชื่อคณะกรรมการบริษัท ณ วันที่ 1 มกราคม 2569 | คุณสมบัติกรรมการอิสระ | ||||
DJSI | MSCI (Management) | MSCI
(Other Interests)
| ก.ล.ต | บมจ. ไทยออยล์ | |
1.พลอากาศเอก ชานนท์ มุ่งธัญญา (ประธานกรรมการ) | |||||
2. พลโท อภิชาติ ไชยะดา | |||||
3. พลตำรวจโท ธิติ แสงสว่าง | |||||
4. นางสาวภัทรลดา สง่าแสง | |||||
5. นางปานทิพย์ ศรีพิมล | |||||
6. นายชูเกียรติ จิตติไมตรีสกุล | |||||
7. นายประจักษ์ บุญยัง | |||||
8. นายนพดล เภรีฤกษ์ | |||||
9. นายชฏิล ชวนะลิขิกร | |||||
10. นางสาวฉวีวรรณ พรพฤกษนันท์ | |||||
11. นางสาวเพ็ญรัศมิ์ ภูริชธนะเลิศ | |||||
12. ดร. สมภพ พัฒนอริยางกูล | |||||
13. นางวรนุช ภู่อิ่ม | |||||
14. นายพิรุณ กริ่มวงษ์รัตน์ | |||||
15. นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต (ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่) | |||||
จำนวน | 14 | 10 | 8 | 8 | 8 |
องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทฯ ณ วันที่ 1 มกราคม 2569
โครงสร้างของ คณะกรรมการบริษัทฯ
กรรมการที่เป็นผู้บริหาร
1
กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
14
กรรมการอิสระ
8
เพศ
ชาย
13
หญิง
2
ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง(1)
เฉลี่ย
2.59 ปี
การเข้าร่วมประชุม คณะกรรมการบริษัทฯ(2)
เฉลี่ย
99.52%
การดำรงตำแหน่ง กรรมการ
ไม่เกิน
3 บริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ฯ
โครงสร้างของ
คณะกรรมการบริษัทฯ (1)
(ตามคุณสมบัติกรรมการอิสระของบริษัทฯ)
1
กรรมการที่เป็นผู้บริหาร
14
กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
8
กรรมการอิสระ
เพศ
10
ชาย
5
หญิง
ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง(2)
เฉลี่ย
1.58
ปี
การเข้าร่วมประชุม คณะกรรมการบริษัทฯ(3)
เฉลี่ย
99.10
ร้อยละ
การดำรงตำแหน่ง กรรมการ
ไม่เกิน
3
บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
โครงสร้างของ
คณะกรรมการบริษัทฯ (1)
(ตามคุณสมบัติกรรมการอิสระของบริษัทฯ)
1
กรรมการที่เป็นผู้บริหาร
14
กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
8
กรรมการอิสระ
เพศ
11
ชาย
4
หญิง
ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง(1)
เฉลี่ย
0.99
ปี
การเข้าร่วมประชุม คณะกรรมการบริษัทฯ(2)
เฉลี่ย
99.60
ร้อยละ
การดำรงตำแหน่ง กรรมการ
ไม่เกิน
3
บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
หมายเหตุ :
(1) กรรมการอิสระ จำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 53.33 ณ วันที่ 1 มกราคม 2569
(2) ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568
(3) รายงานการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568
บทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทฯ
คณะกรรมการบริษัทฯ และผู้บริหารให้ความสำคัญในการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาตลอด โดยกำหนดพันธกิจของกลุ่มไทยออยล์ คือ “เสริมสร้างคุณภาพชีวิตของผู้มีส่วนได้เสียและมอบผลตอบแทนที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยีและโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง ภายใต้การบริหารจัดการชั้นแนวหน้าและความรับผิดชอบด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี” โดยคณะกรรมการบริษัทฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะเรื่องจำนวน 4 คณะ ประกอบด้วยคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการพัฒนาอย่างยั่งยืน และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง เพื่อพิจารณากลั่นกรองงานด้านต่างๆ ตามขอบเขตที่ได้รับมอบหมายของคณะกรรมการเฉพาะเรื่องแต่ละคณะ รวมถึงการรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อทราบอย่างสม่ำเสมอ
ทั้งนี้ คณะกรรมการเฉพาะเรื่องต้องมีคุณสมบัติที่สอดคล้องตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่กำหนด บริษัทฯ ได้กำหนดคุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่ง หน้าที่ความรับผิดชอบ การรายงานของคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง รวมถึงการประเมินผลการปฏิบัติงาน ไว้ในกฎบัตรของคณะกรรมการเฉพาะเรื่องแต่ละคณะของบริษัทฯ ด้วย โดยไทยออยล์ไม่ได้จำกัดความรับผิดของกรรมการ เว้นแต่ในขอบเขตที่กฎหมายไทยที่ใช้บังคับกำหนด
ในปี 2568 คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีบทบาทในการพิจารณา ทบทวน ติดตามความคืบหน้าของแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการ ซึ่งสรุปได้ดังนี้
- พิจารณาอนุมัติการปรับปรุงกฎบัตรคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง ทั้ง 4 คณะ ได้แก่ กฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบ กฎบัตรคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน กฎบัตรคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการพัฒนาอย่างยั่งยืน กฎบัตรคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
- พิจารณาอนุมัติการปรับปรุงนโยบายต่อต้านการทุจริต และนโยบายคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย
อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อม และการจัดการพลังงานกลุ่มไทยออยล์ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ มีความชัดเจน และครบถ้วนยิ่งขึ้น - ติดตามความคืบหน้าของโครงการต่างๆ ด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance: CG) ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR) และด้านความยั่งยืน (Sustainable Development: SD)
อย่างไรก็ตาม ในการใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นมีหน้าที่ในการพิจารณาและลงมติในวาระต่าง ๆ โดยการมีมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้:
- ในกรณีปกติ ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและออกเสียงลงคะแนน
- ในกรณีดังต่อไปนี้ ได้แก่ การขายหรือโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญของกิจการของบริษัท การซื้อหรือรับโอนกิจการของบริษัทเอกชนอื่นหรือบริษัทมหาชนอื่นมาเป็นของบริษัทฯ การทำหรือแก้ไขหรือยกเลิกสัญญาเกี่ยวกับการให้เช่ากิจการของบริษัททั้งหมดหรือบางส่วนของบริษัท การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับของบริษัท การเพิ่มหรือลดทุนของบริษัท การออกและเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัท การควบรวมกิจการบริษัทกับบริษัทอื่น การเลิกบริษัทหรือการดำเนินการอื่นใดที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น จะต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า สามในสี่ (¾) ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง
การสรรหา แต่งตั้ง นโยบายการไปดำรงตำแหน่ง และแผนสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด
คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน (ซึ่งประกอบด้วยกรรมการบริษัทฯ อย่างน้อยสามคน โดยส่วนใหญ่ต้องเป็นกรรมการอิสระ) มีหน้าที่รับผิดชอบในการกำหนดเกณฑ์และกระบวนการในการสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดและกรรมการบริษัทฯ ทบทวนแผนการสืบทอดตำแหน่งของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คัดเลือกกรรมการที่เหมาะสมสำหรับคณะกรรมการชุดย่อยของคณะกรรมการบริษัท เสนอแนะค่าตอบแทนที่เหมาะสมตามความรับผิดชอบของคณะกรรมการก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีเพื่อพิจารณาอนุมัติ ดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติงานและพิจารณาปรับค่าตอบแทนที่เหมาะสมสำหรับประธานเจ้าหน้าที่บริหารก่อนที่จะนำเสนอให้คณะกรรมการบริษัทฯ อนุมัติ
นโยบายความหลากหลายของคณะกรรมการบริษัทฯ
การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทฯ
1. ประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทฯ ทั้งคณะ
2. ประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการบริษัทฯ รายบุคคล (ประเมินตนเอง)
3. ประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการบริษัทฯ รายบุคคล (ประเมินกรรมการท่านอื่น)
4. ประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง (กรรมการเฉพาะเรื่องประเมินการทำงานของคณะกรรมการเฉพาะเรื่องที่ตนเองดำรงตำแหน่งเท่านั้น) ตลอดจนการกำหนดนโยบายให้มีการจัดทำการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทฯ โดยผู้ประเมินอิสระทุก 3 ปี เพื่อนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับมาปรับใช้ในการพัฒนาการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทฯ โดยมีการให้ที่ปรึกษาอิสระมาดำเนินกระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทฯ ล่าสุดเมื่อปี 2566
สำหรับปี 2568 กลุ่มไทยออยล์ได้นำแนวทางและแบบประเมินซึ่งที่ปรึกษาอิสระได้ปรับปรุงเมื่อปี 2566 มาใช้ในการประเมินตนเองและได้เปิดเผยกระบวนการ หลักเกณฑ์ และผลการประเมินในรายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report)
การส่งเสริมความรู้และการอบรม
บริษัทฯ มีนโยบายส่งเสริมให้กรรมการทุกท่านได้รับการพัฒนาและเข้ารับการอบรมเพิ่มเติม อาทิ การเข้าอบรมหลักสูตรจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Directors: IOD) หรือหลักสูตรและการสัมมนาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ โดยในปี 2568 กรรมการบริษัทฯ ได้เข้าอบรมในหลักสูตรต่างๆ ของ IOD อาทิ
- หลักสูตร Advanced Audit Committee Program (AACP) รุ่นที่ 55/2025 และ 57/2025
- หลักสูตร Financial Statements for Directors (FSD) รุ่นที่ 55/2025
- หลักสูตร Board Nomination and Compensation Program (BNCP) รุ่นที่ 22/2025
- หลักสูตร The Board’s Role in Mergers and Acquisitions (BMA) รุ่นที่ 12/2025
- หลักสูตร ESG in the Boardroom: A Practical Guide for Board (ESG) รุ่นที่ 13/2025
- หลักสูตร Successful Formulation & Execution of Strategy (SFE) รุ่นที่ 47/2025
- หลักสูตร Role of the Chairman Program (RCP) รุ่นที่ 61/2025
- หลักสูตร Director Certification Program (DCP) รุ่นที่ 365/2024
ที่จะเป็นประโยชน์ต่อไทยออยล์และไม่นำความแตกต่างทางเพศ เผ่าพันธุ์ เชื้อชาติ สัญชาติ หรือถิ่นกำเนิด มาเป็นข้อจำกัดด้านคุณสมบัติ
ความเชี่ยวชาญของคณะกรรมการบริษัทฯ
โดยควรประกอบด้วยผู้ที่มีความรู้ในธุรกิจของไทยออยล์อย่างน้อย 3 คน ด้านกฎหมายอย่างน้อย 1 คน และด้านบัญชีการเงินอย่างน้อย 1 คน ทั้งยังต้องประกอบด้วยกรรมการอิสระ โดยมีจำนวนอย่างน้อย 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งคณะ และไม่น้อยกว่า 3 คน
ตารางแสดงทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ (Board Skill Matrix) ของคณะกรรมการบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) | ||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
รายชื่อกรรมการ ณ วันที่ 1 มกราคม 2569 | ทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ | คุณสมบัติ | ||||||||||||
1.พลังงาน/ปิโตรเลียม/ปิโตรเคมี | 2.วิศวกรรมศาสตร์ | 3.บัญชี/การเงิน | 4.กฎหมาย/นิติศาสตร์ | 5.เศรษฐศาสตร์ | 6.รัฐศาสตร์/สังคมศาสตร์ | 7.ความมั่นคง | 8.IT/Digital/Cyber Security | 9.วิทยาศาสตร์/นวัตกรรม | 10.บริหารธุรกิจ/บริหารองค์กร
/กำกับดูแลกิจการ | 11.การบริหารจัดการความยั่งยืนและ
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ /สิ่งแวดล้อม | กรรมการอิสระ | Director Pool สคร./IOD | จำนวนตำแหน่งกรรมการในบริษัท จดทะเบียนอื่น | |
1. พลอากาศเอก ชานนท์ มุ่งธัญญา (ประธานกรรมการ) | – | |||||||||||||
2. พลโท อภิชาติ ไชยะดา | – | |||||||||||||
3. พลตำรวจโท ธิติ แสงสว่าง | – | |||||||||||||
4. นางสาวภัทรลดา สง่าแสง | – | |||||||||||||
5. นายกฤษณ์ อิ่มแสง | – | 1 | ||||||||||||
6. นางปานทิพย์ ศรีพิมล | – | |||||||||||||
7. นายชูเกียรติ จิตติไมตรีสกุล | – | |||||||||||||
8. นายประจักษ์ บุญยัง | – | – | ||||||||||||
9. นายนพดล เภรีฤกษ์ | – | – | ||||||||||||
10. นายชฎิล ชวนะลิขิกร | – | – | – | |||||||||||
11. นางสาวเพ็ญรัศมิ์ ภูริชธนะเลิศ | – | – | ||||||||||||
12. ดร.สมภพ พัฒนอริยางกูล | – | – | ||||||||||||
13. นางวรนุช ภู่อิ่ม | – | |||||||||||||
14. นายพิรุณ กริ่มวงษ์รัตน์ | – | – | – | |||||||||||
15. นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต
(ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่/ เลขานุการคณะกรรมการ) | – | 1 | ||||||||||||
Total | 7 | 3 | 3 | 5 | 3 | 7 | 5 | 3 | 1 | 15 | 3 | 8 | 10 | |
Leather detail shoulder contrastic colour contour stunning silhouette working peplum.
กรณีที่มีวุฒิการศึกษาในสาขานั้นๆ
กรณีที่มีความเชี่ยวชาญ หรือ มีประสบการณ์ทำงานในสาขานั้นไม่ต่ำกว่า 3 ปี
กรณีที่มีวุฒิการศึกษา และมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ในสาขาวิชานั้นๆ ด้วย
ในปี 2568 หากพิจารณาตามหลักเกณฑ์การจัดกลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจของ Global Industry Classification Standard (GICS) ในหมวดอุตสาหกรรม Energy Industry ณ วันที่ 1 มกราคม 2569 โดยคณะกรรมการบริษัทฯ มีทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญที่สำคัญสอดคล้องตามเกณฑ์ดังกล่าว ดังนี้
- กรรมการอิสระ และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร (ไม่รวมประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่) มีความรู้และประสบการณ์ด้านพลังงาน/ปิโตรเลียม/ปิโตรเคมี จำนวน 6 คน
- กรรมการอิสระ และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร (ไม่รวมประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่) มีความรู้และประสบการณ์ด้านความเสี่ยง จำนวน 1 คน
ดัชนีวัดผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน
กลุ่มไทยออยล์ได้กำหนดดัชนีวัดผลการดำเนินงาน ประจำปี 2568 ที่เชื่อมโยงกับค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตลอดจนการถ่ายทอดดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรเพื่อความยั่งยืนสู่พนักงานทุกระดับตามสายงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่กำหนด ทั้งด้านการบริหารจัดการประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ ดังนี้
ส่วนที่ 1) ดัชนีวัดประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กร (ร้อยละ 70)
กลุ่มไทยออยล์กำหนดดัชนีวัดประสิทธิภาพการดำเนินงานตามหลักการของ Balanced Scorecard เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “Empowering Human Life Through Sustainable Energy and Chemicals” ภายใต้แนวคิด “Re – Energize our Potential for The Great Future” โดยแบ่งดัชนีวัดผลการดำเนินงานออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่
มุมมองด้านการดำเนินธุรกิจตามปกติ (Business as Usual)
ร้อยละ 45
ตัววัดกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Net Operating Profit)
• ตัววัดกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Net Operating Profit)
• ตัววัดผลตอบแทนการลงทุน เฉลี่ย 7 ปี (Return on Invested Capital (ROIC) 7-Year Average)
• ตัววัดผลด้านความปลอดภัย ทั้งด้านความปลอดภัยส่วนบุคคล (Total Recordable Case Frequency: TRCF) และความปลอดภัยในกระบวนการผลิต (Process Safety Event Tier 1)
• ตัววัดผลด้านความพร้อมในการผลิต (Operational Availability)
• ตัววัดประสิทธิภาพการใช้พลังงานและปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Energy Efficiency and GHG Emission)
• ตัววัดผลด้านการบริหารจัดการต้นทุนและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ (Cash Operating Cost)
• ตัววัดผลด้านผลิตภาพ (Productivity Improvement)
มุมมองด้านโครงการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Initiatives)
ร้อยละ 36
มุมมองด้านการสนับสนุนกลยุทธ์และความยั่งยืน (Strategic Enablers & Sustainability)
ร้อยละ 19
• ตัววัดผลด้านการคงอันดับความน่าเชื่อถือให้อยู่ระดับน่าลงทุน (Investment Grade Credit Rating)
• ความพร้อมของบุคลากรและองค์กร (People & Organization Readiness)
• ตัววัดผลด้านโครงการดิจิทัล (Digitalization)
• ด้านนวัตกรรม (Innovation)
• ความผูกพันของผู้มีส่วนได้เสีย (ลูกค้า ชุมชน และนักลงทุน) (Stakeholder Engagement (Customer, Community & Investor))
• ด้านความยั่งยืนในระดับสากล (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI)
ส่วนที่ 2) ดัชนีวัดผลด้านศักยภาพความเป็นผู้นำ (Leadership Competency) (ร้อยละ 30)
การประเมินด้านความเป็นผู้นำของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ใน 6 หัวข้อ ได้แก่ การสร้างวิสัยทัศน์ร่วม การบริหารจัดการที่มุ่งเน้นการดำเนินการตามแผนกลยุทธ์
การบริหารความเสี่ยง การบริหารทีมให้มีประสิทธิผลสูงสุด การสอนงานและการพัฒนา และความเป็นเลิศส่วนบุคคล ทั้งนี้ การดำเนินการด้านความยั่งยืนจะได้รับการประเมินผลผ่านดัชนีวัดผลในด้านต่างๆ ทั้ง 3 ด้านของ Balance Scorecard และด้านศักยภาพความเป็นผู้นำ
ค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer)
ผลของการประเมินเหล่านี้แปลเป็นค่าตอบแทน ปัจจุบันค่าตอบแทนมาตรฐานของไทยออยล์สำหรับผู้บริหารประกอบด้วยเงินเดือนมูลฐาน โบนัสประจำปี และค่าตอบแทนผันแปรตามผลการปฏิบัติงานประจำปี ค่าตอบแทนเหล่านี้จ่ายเป็นรายปีและจ่ายโดยตรงให้แก่ผู้บริหาร ระยะเวลาของการประเมินผลการปฏิบัติงานและการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ในปัจจุบันคือ 1 ปี และ ไม่มีการใช้โบนัสแบบที่จ่ายในอนาคต (deferred bonus)
ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ไทยออยล์จะพิจารณาค่าตอบแทนเหล่านี้ให้ภายหลังจากการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารแต่ละคน ไทยออยล์อ้างอิงบทบัญญัติการเรียกคืนค่าตอบแทนจากมาตรา 89 และมาตรา 281/2 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2551 ซึ่งกำหนดให้ฝ่ายบริหารต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ขององค์กร และวัตถุประสงค์ขององค์กร ผู้บริหารจะต้องตอบสนองต่อมติที่ประชุมคณะกรรมการและข้อตกลงจากผู้ลงทุนด้วย ในกรณีที่กรรมการหรือผู้บริหารรายใดละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือประพฤติมิชอบหรือประพฤติฝ่าฝืนกฎหมาย ข้อบังคับ หรือข้อตกลงใด ๆ ที่ทำไว้กับคณะกรรมการ และ/หรือ ผู้ลงทุน จะต้องคืนเงินค่าตอบแทนและผลประโยชน์ที่ตนได้รับกลับคืนบริษัทแล้วและอาจต้องระวางโทษทางแพ่ง และ/หรือ โทษทางอาญา
ปี 2567
ค่าตอบแทนประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนมีหน้าที่ประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีและค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เช่น เงินเดือน โบนัส และผลประโยชน์อื่นๆ ในนามของคณะกรรมการ และนำเสนอต่อคณะกรรมการเพื่ออนุมัติ
ผู้บริหารมีหน้าที่ดูแลธุรกิจและกิจกรรมประจำวันของบริษัท ในขณะที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้บริหารระดับสูงที่รับผิดชอบด้านการบริหารจัดการบริษัทตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารต้องกำกับดูแลการบริหารงานของบริษัทอย่างเคร่งครัดตามแผนงานและงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท โดยต้องแสดงความซื่อสัตย์สุจริตและมีความรับผิดชอบ เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้น
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหารทุกระดับร่วมกันกำหนดตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน (KPI) ในแต่ละปีโดยเชื่อมโยงกับทิศทางกลยุทธ์และแผนธุรกิจระยะยาว (เช่น ผลตอบแทนทางการเงิน การดำเนินโครงการเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ และปัจจัยสนับสนุนเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ) เพื่อให้มั่นใจว่า KPI ขององค์กรนั้น ตอบสนองวิสัยทัศน์และปณิธานเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว นอกเหนือจากความสำเร็จทางธุรกิจของไทยออยล์ ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตที่ยั่งยืน ภาพลักษณ์องค์กร ความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนด้วยการปฏิบัติที่โปร่งใสและเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง
ค่าตอบแทนปี 2568 | ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร | ผู้บริหารระดับสูง* |
|---|---|---|
ฐานเงินเดือน | 10,047,000 | 58,693,000 |
เงินจูงใจอื่นๆ | 9,615,000 | 37,970,000 |
รวม | 19,662,000 | 96,663,000 |
*รวมค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูง 10 ท่าน ประกอบด้วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการผู้จัดการใหญ่ และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ | ||
แนวทางการเป็นเจ้าของหุ้นบริษัทฯ (Thaioil Share Management Ownership Guidelines)
กลุ่มไทยออยล์ได้กำหนดแนวทางการเป็นเจ้าของหุ้นบริษัทฯ เพื่อส่งเสริมให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ รวมถึงผู้บริหารระดับรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นเจ้าของหุ้นบริษัทฯ ได้สูงถึง 5 – 7 เท่าของฐานเงินเดือนคำนวณรายปี เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริหารปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหุ้นไทยออยล์ และเพื่อขับเคลื่อนให้บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในระยะยาวอย่างยั่งยืน รวมถึงได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุน
ในปี 2567 ได้มีการรายงานการถือหลักทรัพย์บริษัทฯ ของผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ รวมถึงคู่สมรสหรือผู้ที่อยู่กินฉันสามีภรรยา และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ในรายงานประจําปี 2567 (แบบ 56 – 1 One Report)
การถือหุ้นบริษัทฯ (ณ วันที่ 1 มกราคม 2569) | ||
|---|---|---|
ตำแหน่ง | รายชื่อ | จำนวนเท่าของฐานเงินเดือนคำนวณรายปี |
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ
กรรมการผู้จัดการใหญ่ | นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต | 0.15 |
การถือรองหุ้นบริษัทฯ โดยเฉลี่ย
ของผู้บริหารอื่นๆ | นางวนิดา บุญภิรักษ์ นางรุ่งนภา จันทร์ชูเกียรติ นายณัฐพล มีฤทธิ์ นายณรงค์ศักดิ์ เฉวียงภพ นายสุรชัย แสงสำราญ นางสาวสมพร บรรลือศรีเรือง นางสาววันวิสาข์ ญาณจินดา นายพงษ์สันต์ วานิชพงษ์พันธุ์ | 0.18 |
นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ถือหุ้น 42,400 หุ้น (ถือหุ้น 2,400 หุ้น และโดยคู่สมรส 40,000 หุ้น) นางวนิดา บุญภิรักษ์ ถือหุ้น 6,585 หุ้น นางรุ่งนภา จันทร์ชูเกียรติ จำนวน 100 หุ้น (โดยคู่สมรส)
นายณัฐพล มีฤทธิ์ ถือหุ้น 1,000 หุ้น นายณรงค์ศักดิ์ เฉวียงภพ จำนวน 59,700 หุ้น (โดยคู่สมรส) นายสุรชัย แสงสำราญ ถือหุ้น 107,000 หุ้น นางสาวสมพร บรรลือศรีเรือง ถือหุ้น 58,800 หุ้น และนางสาววันวิสาข์ ญาณจินดา ถือหุ้น 5,424 หุ้น และนายพงษ์สันต์ วานิชพงษ์พันธุ์ ถือหุ้น 3,900 หุ้น | ||
เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการดำเนินธุรกิจของบริษัทในกลุ่มไทยออยล์ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตลอดจนการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน เพื่อบรรลุเป้าหมายระยะยาวรวมถึงการเติบโตอย่างยั่งยืน ไทยออยล์ได้กำหนดและประกาศใช้คู่มือการบริหารจัดการแบบกลุ่มไทยออยล์ตั้งแต่ปี 2558 โดยในปี 2567 ได้มีการปรับปรุงคู่มือ TOP Way of Conduct เป็น คู่มือ TOP Group Way of Conduct ซึ่งครอบคลุมกว่า 20 นโยบายที่สำคัญ และถือเป็นแนวทางปฏิบัติด้านการกำกับดูแลการดำเนินธุรกิจสำหรับผู้บริหาร ระดับจัดการ และพนักงานของบริษัทในกลุ่มไทยออยล์